กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
หน้าที่ 1 2 3
คำวินิจฉัยที่ 1/2543
วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2543
เรื่อง ศาลอาญากรุงเทพใต้ส่งคำร้องของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 990/2536 เพื่อขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264

ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ส่งคำร้องของจำเลยที่ 1 (นายสมพร เดชานุภาพ) จำเลยที่ 2 (นายเณร มหาวิลัย) และจำเลยที่ 4 (นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ) เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 และ มาตรา 120 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และใช้บังคับมิได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 หรือไม่
คำร้องและเอกสารประกอบคำร้องของผู้ร้อง สรุปได้ว่า
พนักงานอัยการกองคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 990/2536 ฟ้องนายสมพร เดชานุภาพ (ผู้ร้องที่ 1) นายเณร มหาวิลัย (ผู้ร้องที่ 2) นายอภิชิต อังศุธรางกูร และนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ (ผู้ร้องที่ 3) รวม 4 คน เป็นจำเลยในข้อหาร่วมกัน ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการใช้ จ้าง วานหรือยุยงส่งเสริมให้ฆ่าผู้อื่น (นายประมาณ ชันซื่อ) โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน อันเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาตรา 84 และ มาตรา 289 คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้
ผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 2 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในคดีให้การปฏิเสธ ฟ้องของโจทก์ว่าได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปรามซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐทำการจับกุม ควบคุมและดำเนินการสอบสวนในข้อหาดังกล่าว โดยไม่มีอำนาจสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 และ มาตรา 19 ถึงแม้ว่ากองปราบปรามมีเขตอำนาจสอบสวนคดีได้ทั่วราชอาณาจักรก็มิใช่เป็นการให้อำนาจตามกฎหมาย แต่เป็นเพียงระเบียบภายในของกรมตำรวจ เท่านั้น กล่าวคือ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา พุทธศักราช 2477 ออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2523 โดยมีข้อความในข้อ 2.5 ให้อำนาจแก่อธิบดีกรมตำรวจเป็นหัวหน้าพนักงาน สอบสวน และมีอำนาจสั่งการเกี่ยวกับคดีอาญาได้ทุกคดี อธิบดีกรมตำรวจจึงมีคำสั่งที่ 861/2536 ลงวันที่ 31พฤษภาคม 2536 แต่งตั้งเจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปราม ทำการสอบสวนคดีของ ผู้ร้องทั้งสาม จึงเป็นการสอบสวนที่ไม่เป็นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 และ มาตรา 19 ย่อมก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ต้องหา เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้อง ทั้งสองที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 241 วรรคหนึ่ง และ มาตรา 243 วรรคสอง จึงส่งผล ให้การสอบสวนดังกล่าวเป็นการสอบสวนที่มิชอบ เนื่องจากคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวน ฯ นี้ได้อาศัยอำนาจตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ฯ ซึ่งเป็นการให้ผู้ใดผู้หนึ่งมีอำนาจนอกเหนือจากที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดไว้ ดังนั้น คำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวน ฯ ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ฯ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 จึงเป็นบทบัญญัติ ที่ใช้บังคับมิได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 6
 
    ผู้ร้องทั้งสองจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญากรุงเทพใต้ส่งข้อโต้แย้งดังกล่าวเพื่อขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ดังนี้
1. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 เป็นบทบัญญัติที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ
2. ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2523 ข้อ 2.5 เป็นข้อบังคับที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
3. คำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตามคำสั่งกรมตำรวจที่ 861/2536 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2536 เป็นคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
4. การกระทำของพนักงานสอบสวนที่ปฏิบัติตามคำสั่งแต่งตั้งของอธิบดีกรมตำรวจ (พล.ต.อ. สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์) โดยอาศัยข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ฯ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบ เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบและไม่เป็นธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 26 มาตรา 28 มาตรา 30 มาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 241 และ มาตรา 243
ส่วนผู้ร้องที่ 3 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ในคดียื่นคำร้องว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ซึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาลโดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน เป็นบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 241 ต้องด้วย มาตรา 6 เป็นอันใช้บังคับมิได้ เพราะ
1. คดีที่ไม่มีการร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือร้องขอให้ช่วยเหลือ หรือการร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือร้องขอให้ช่วยเหลือซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 123 มาตรา 124 มาตรา 125 และ มาตรา 127 และรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิที่จะได้รับ การสอบสวนด้วยความเป็นธรรม ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
2. การใช้ราษฎรในการสืบสวน ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (10) มาตรา 17 และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
3. คดีที่มีการรวบรวมพยานหลักฐานที่ไม่ถูกต้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้รวบรวมไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวน และการบันทึกสำนวนการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้บันทึกไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 มาตรา 139 และรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิไว้ ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการก็สามารถฟ้องคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
4. คดีที่ไม่มีการกระทำอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด (หลอกให้กระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง) ซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 ประกอบกับ มาตรา 59 และ รัฐธรรมนูญรับรองและคุ้มครองไว้ตาม มาตรา 32 พนักงานอัยการก็สามารถนำคดีมาฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
5. การออกหมายจับและการจับที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 (1) มาตรา 78 มาตรา 80 และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 30 มาตรา 31 พนักงานอัยการก็สามารถฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
6. การสอบสวนที่ไม่ปฏิบัติตามกระบวนการทางอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั้งหมด และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการ ก็สามารถฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
7. พยานหลักฐานที่ได้มาโดยไม่ชอบ ฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 243 พนักงานอัยการก็สามารถฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
8. การสอบสวนที่ได้กระทำขึ้นโดยที่ไม่มีความผิดอาญาเกิด อ้าง หรือเชื่อว่า เกิด หรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับ (โดยชอบ) ซึ่งฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 มาตรา 19 มาตรา 131 และ มาตรา 139 และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการก็สามารถฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
9. การกันผู้ต้องหาด้วยกันไว้เป็นพยาน ซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232 ที่ห้ามมิให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 243 พนักงานอัยการก็สามารถฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
10. กรณีไม่มีผู้เสียหายตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) พนักงานอัยการก็สามารถฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 มาตรา 33 และ มาตรา 241
11. การสอบสวนที่ได้กระทำโดยผู้ไม่มีอำนาจสอบสวน ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 มาตรา 19 และ มาตรา 140 และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการก็สามารถฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
12. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ห้ามพนักงาน อัยการฟ้องคดีเฉพาะในกรณีที่มิได้มีการสอบสวนในความผิดเท่านั้น แต่ไม่ได้ห้ามในกรณีการสอบสวนโดยไม่ชอบ สอบสวนโดยไม่มีอำนาจ สอบสวนโดยผิดกฎหมาย การใช้บังคับบทบัญญัติ มาตรา 120 นี้ ผู้ใช้อำนาจรัฐ คือพนักงานอัยการจึงมีอำนาจที่จะกระทำละเมิดสิทธิและเสรีภาพ และศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของประชาชนได้โดยตรง และทำละเมิดได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งสิทธิ ที่รัฐธรรมนูญรับรองและคุ้มครองไว้ ตาม มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 26 ถึง มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 37 มาตรา 39 มาตรา 241 และ มาตรา 243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 จึงขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และนอกจากนี้ ยังขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 และ มาตรา 70 โดยตรงอีกด้วย
ศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจคำร้องแล้ว จึงมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ดำเนินการต่อไป ตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541 ข้อ 10 และส่งสำเนาคำร้องของผู้ร้องทั้งสามให้พนักงานอัยการ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้อง และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงเป็นหนังสือ ตลอดจนให้มีการออกนั่งพิจารณาฟังคำแถลงของคู่กรณีในวันที่ 15 มิถุนายน 22 กรกฎาคม และ 2 กันยายน 2542 เพื่อรับฟังข้อเท็จจริง คำแถลงประกอบคำร้อง และเอกสารประกอบคำร้องจาก คู่กรณี
พนักงานอัยการได้แถลงเป็นหนังสือสรุปความว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นกฎหมายที่กำหนดวิธีการในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามอำนาจหน้าที่ ของสถาบันต่าง ๆ และของพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 16 เป็นการกำหนดอำนาจหน้าที่โดยทั่วไป ของตัวสถาบันและของเจ้าพนักงานของรัฐในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยไม่ใช่เป็นกฎหมายในการตั้งสถาบัน เช่น สถาบันศาล อัยการ หรือตำรวจ และมิใช่เป็นกฎหมายแต่งตั้งเจ้าพนักงานต่าง ๆ เช่น ศาล พนักงานอัยการ ตำรวจ เพื่อให้เป็น ผู้ดำเนินการให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่กฎหมาย ที่จะตั้งสถาบันใด หรือพนักงานผู้ใดนั้น จะกำหนดโดยกฎหมายอื่น เช่น ในเรื่องการศาลยุติธรรม ได้แก่ พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลต่าง ๆ และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจ หน้าที่ของพนักงานอัยการ ได้แก่ พระราชบัญญัติ พนักงานอัยการ พ.ศ. 2495 หรือกฎหมาย เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ ได้แก่ พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการ กรมตำรวจ ประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฯลฯ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 จึงเป็นกฎหมายที่บัญญัติแต่เพียงว่า อำนาจศาล พนักงานอัยการ พนักงานฝ่าย ปกครองหรือตำรวจ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และข้อบังคับทั้งหลาย อันว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของ เจ้าพนักงานนั้น ๆ ซึ่งหมายถึงว่า อำนาจของเจ้าพนักงานย่อมเป็นไปตามกฎหมาย และข้อบังคับ ทั้งหลายที่ว่าด้วยการกำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานนั้น ๆ โดยที่อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน แต่ละคนย่อมแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจในการออกประกาศ หรือข้อบังคับ เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ในหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดไม่ขัดกัน เช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นพนักงานสอบสวน ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้ตำรวจฝ่ายเดียวเป็นพนักงานสอบสวน เพราะหากรัฐมนตรีไม่กำหนดดังกล่าวแล้ว เมื่อเกิดคดีขึ้นพนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจต่างมีอำนาจสอบสวน ย่อมเกิดการซ้ำซ้อนและเป็น ที่เดือดร้อนแก่ประชาชน หรือกรณีของกฎหมายจัดตั้งศาล ศาลอาญามีอำนาจรับคดีทั่วราชอาณาจักร ได้ ศาลจังหวัดมีอำนาจรับพิจารณาคดีที่เกิดในเขตอำนาจศาลแขวงได้ แต่ได้กำหนดไว้ว่าหากคดี เกิดนอกกรุงเทพมหานคร หรือคดีเกิดในกรุงเทพมหานคร และอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาจะไม่รับพิจารณาคดี
ในส่วน มาตรา 120 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา นั้น มีบทบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องคือ มาตรา 28 บัญญัติให้ผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา คือ พนักงานอัยการและผู้เสียหาย สำหรับผู้เสียหายเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดอาญามีสิทธิฟ้องคดีได้ทุกกรณี และ ไม่ปรากฏว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติห้ามผู้เสียหายมิให้ฟ้องคดีแต่ประการใด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 บัญญัติให้พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้ แต่มีข้อจำกัด ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาลโดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน ตาม มาตรา 120 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กำหนดขั้นตอนการดำเนินคดีอาญาว่าจะต้องกลั่นกรองตรวจสอบด้วยการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานก่อนดำเนินคดี อันเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน มิให้ถูกกระทบกระเทือน บทบัญญัติ มาตรา 120 จึงมิใช่เป็น บทบัญญัติที่ให้อำนาจพนักงานอัยการที่จะฟ้องคดีได้ตามอำเภอใจ แต่เป็นบทบัญญัติที่จำกัดอำนาจ พนักงานอัยการไว้ว่า จะฟ้องคดีได้ต้องมีการสอบสวนคดีนั้นก่อน ถ้าคดีใดไม่มีการสอบสวน พนักงานอัยการจะฟ้องคดีต่อศาลไม่ได้ ทั้งนี้ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 990/2536 ของศาลอาญา กรุงเทพใต้ ที่พนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสี่ต่อศาลนั้น การสอบสวนของพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนกองปราบปราม กรมตำรวจ และโดยอธิบดีกรมตำรวจ เป็นไปโดยชอบถูกต้อง ตามกระบวนการขั้นตอนที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดไว้ทุกประการ ตั้งแต่ การรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษ การสืบสวน การขออนุมัติจับกุม การแจ้งข้อหา การขอกันผู้ต้องหาเป็นพยาน การรวบรวมพยานหลักฐาน การทำความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสี่หรือจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 990/2536 ทั้ง 4 คน และควรสั่งไม่ฟ้องนายบรรเจิด จันทนะเปลิน ผู้ต้องหา ที่กันไว้เป็นพยานก็ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และระเบียบข้อบังคับของ กรมตำรวจและกระทรวงมหาดไทย บทบัญญัติ มาตรา 120 จึงเป็นบทบัญญัติรับรองและคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนที่ตกเป็นผู้ต้องหา เพราะพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ต้องรวบรวมพยาน หลักฐานทุกชนิดเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131
ดังนั้น พนักงานอัยการจึงเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 และ มาตรา 120 เป็นบทบัญญัติที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงเป็นหนังสือสรุปความว่า อำนาจการออก ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2523 ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2523 นั้น ไม่มีข้อความที่ปรากฏ ว่าอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด คงปรากฏตามที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ชี้แจงเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2523 ข้อ 2 ณ ห้องประชุม กระทรวงมหาดไทยระบุว่าข้อบังคับนี้จะไม่อ้างทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่จะอาศัยอิงหลักตามกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว และปรากฏตาม ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดอำนาจและหน้าที่ในการสอบสวนความผิดอาญาสั่งโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 12 กันยายน 2495 ว่าอำนาจการสั่งประกาศใช้ ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ฯ โดยอาศัยความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นว่า การถือปฏิบัติงานราชการตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวเป็นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายประเสริฐ นาสกุล) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update