กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 11/2543
วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2543
เรื่อง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 295 กรณีนายชัชชัย สุเมธโชติเมธา จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดง รายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ


ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีคำร้องลงวันที่ 27 ธันวาคม 2542 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 295 กรณีนายชัชชัย สุเมธโชติเมธา จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ
ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องสรุปได้ว่า นายชัชชัย สุเมธโชติเมธา ผู้ถูกร้อง ได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวีระกร คำประกอบ) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2540 ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 330/2540 ลงวันที่ 29 กันยายน 2540 จึงเป็นข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 4 (10) และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ผู้ถูกร้องมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่ บรรลุนิติภาวะ พร้อมเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 (5) และ มาตรา 292 โดยต้องยื่นในกรณีเข้ารับ ตำแหน่ง ภายในสามสิบวันนับแต่วันเข้ารับตำแหน่ง กรณีนี้รัฐธรรมนูญ มาตรา 317 ซึ่งเป็น บทเฉพาะกาล บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ คงเป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จึงถือได้ว่า เป็นการดำรงตำแหน่งใหม่ตามรัฐธรรมนูญนี้ โดยถือวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ คือวันที่ 11 ตุลาคม 2540 เป็นวันเริ่มต้นการเข้ารับตำแหน่งสำหรับข้าราชการการเมืองตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 4 (10) และ มาตรา 10 (4) บัญญัติเกี่ยวกับการออกจากตำแหน่งไว้เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ผู้สั่งแต่งตั้งออกจากตำแหน่ง ดังนั้น เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีผู้สั่งแต่งตั้งได้ออกไป ตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อน และถือเป็นการดำรงตำแหน่งใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ย่อมถือว่าข้าราชการ การเมืองดังกล่าวเข้าดำรงตำแหน่งใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน โดยถือวันเข้ารับตำแหน่ง คือ วันที่ 11 ตุลาคม 2540 ซึ่งเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ จะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ภายในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2540 เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ภายในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2540 และเมื่อพ้นจากตำแหน่งเป็นเวลาหนึ่งปี คือภายในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2541 แต่ปรากฏว่าผู้ถูกร้อง ไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและ เอกสารประกอบ กรณีเข้ารับตำแหน่ง พ้นจากตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งครบหนึ่งปี สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อพิสูจน์ เจตนาของผู้ถูกร้องในกรณีไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ รวม 4 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 ตามหนังสือ ที่ ปปช. 372 ลงวันที่ 22 เมษายน 2541 แจ้งให้ ผู้ถูกร้องทราบ และให้ชี้แจงข้อเท็จจริงตามหนังสือ โดยผู้ถูกร้องตอบมาตามหนังสือลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2541 สรุปความว่า ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับ แจ้งว่า จะยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนกับฉบับปัจจุบัน ประกอบกับผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัดนครสวรรค์ด้วย ได้รับการชี้แจงในลักษณะ เดียวกัน จึงเชื่อว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 291 (5) และ (6) คงมีเจตนารมณ์เหมือนกัน แต่หาก จำเป็นจะต้องยื่นก็พร้อมที่จะยื่นภายใน 30 วัน
ครั้งที่ 2 ตามหนังสือ ที่ ปปช. 1187 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2541 แจ้งให้ ผู้ถูกร้องทราบว่า ผู้ถูกร้องมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสาร ประกอบ ขอให้ดำเนินการให้ถูกต้องโดยด่วน ซึ่งผู้ถูกร้องมีหนังสือลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2541 แจ้งว่าอยู่ในระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐานและจะดำเนินการโดยด่วน
ครั้งที่ 3 ตามหนังสือ ที่ ปปช. 1198 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2542 เตือนให้ ผู้ถูกร้องดำเนินการให้ถูกต้องโดยด่วน
ครั้งที่ 4 ตามหนังสือ ที่ ปช. 0002.10/3400 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2542 ขอให้ผู้ถูกร้องดำเนินการให้ถูกต้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ หากพ้น กำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ถูกร้องไม่มีกรณีที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงใด ๆ
ปรากฏว่าผู้ถูกร้อง ไม่ติดต่อชี้แจงข้อเท็จจริงและไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินและเอกสารประกอบแต่อย่างใดทั้งสิ้น
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พิจารณาเรื่องนี้ในคราว ประชุมครั้งที่ 47/2542 วันที่ 9 ธันวาคม 2542 มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ผู้ถูกร้องจงใจไม่ยื่น บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 295
เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีมติว่า ผู้ถูกร้องจงใจ ไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ชี้ขาด ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 295 ศาลรัฐธรรมนูญจึงรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญให้โอกาสผู้เกี่ยวข้องแถลงหรือชี้แจงก่อนการวินิจฉัยชี้ขาด โดยการออกนั่งพิจารณาเพื่อรับฟังคำแถลงของผู้ร้องและผู้ถูกร้อง
ผู้ร้องแถลงยืนยันข้อเท็จจริงตามคำร้อง
ผู้ถูกร้องแถลงสรุปได้ว่า เหตุที่ผู้ถูกร้องไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หนี้สินและเอกสารประกอบ เพราะผู้ถูกร้องมีความสับสนในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างการใช้บังคับ รัฐธรรมนูญฉบับก่อนกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบหลังจากพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้น กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอันอาจส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนของทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งนี้ มิได้มีเจตนาที่จะไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบแต่อย่างใด
ข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว มีประเด็นที่ต้อง วินิจฉัยชี้ขาดว่า ผู้ถูกร้องจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่
พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อผู้ถูกร้องไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหนังสือลงวันที่ 22 เมษายน 2541 ให้ผู้ถูกร้องชี้แจงข้อเท็จจริง ผู้ถูกร้องมีหนังสือลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2541 ว่า ได้ประสานงาน กับเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับแจ้งว่า จะยื่นหรือไม่ยื่นก็ได้ เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนกับฉบับปัจจุบัน แต่หากจำเป็นจะต้องแสดงก็พร้อมจะยื่นบัญชีแสดง รายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในสามสิบวัน เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติมีหนังสือลงวันที่ 26 ตุลาคม 2541 ให้ผู้ถูกร้องยื่นบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินให้ถูกต้องโดยด่วน ซึ่งผู้ถูกร้องมีหนังสือลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2541 แจ้งว่า อยู่ในระหว่างรวบรวมเอกสารและหลักฐานและจะดำเนินการโดยด่วนนั้น กรณีย่อมแสดง ให้เห็นว่า ผู้ถูกร้องทราบว่า มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 และ มาตรา 292 เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหนังสือ ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2542 และ 12 พฤศจิกายน 2542 แจ้งให้ผู้ถูกร้องยื่นบัญชีแสดง รายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบให้ถูกต้องโดยด่วน แต่ผู้ถูกร้องกลับไม่ติดต่อชี้แจง ข้อเท็จจริงและไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบแต่อย่างใด กรณีจึงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 295
อาศัยเหตุผลดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า นายชัชชัย สุเมธโชติเมธา ผู้ถูกร้อง จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 มาตรา 292 และ มาตรา 295


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update