กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 2/2543
วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2543
เรื่อง ศาลอาญาส่งคำร้องของโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 7109/2540 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 264


ศาลอาญาได้ส่งคำร้องของผู้ร้อง (นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ) เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และใช้บังคับ มิได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 หรือไม่
คำร้องของผู้ร้อง ว่า
สืบเนื่องจากที่พนักงานอัยการ กองคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ ผู้ร้อง กับพวกรวม 4 คน ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 990/2536 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2536 ฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดโดยการ ใช้ จ้าง วานหรือยุยงส่งเสริมด้วยประการใดให้ฆ่าผู้อื่น และคดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้ ต่อมาผู้ร้องเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธวัชชัย ชำนาญหล่อ พนักงานอัยการ กับพวกรวม 8 คน เป็นจำเลยต่อศาลอาญา ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 7109/2540 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2540 ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฟ้องเท็จ และแกล้งฟ้องให้ได้รับโทษ คดีอยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อ ศาลอาญาว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 เป็นบทบัญญัติของกฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยมีรายละเอียดของคำร้องสรุปความว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ซึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาลโดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน เป็นบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 241 ต้องด้วย มาตรา 6 เป็นอันใช้บังคับมิได้ เพราะ
1. คดีที่ไม่มีการร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือร้องขอให้ช่วยเหลือ หรือการร้องทุกขกล่าวโทษหรือการร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือร้องขอให้ช่วยเหลือซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 123 มาตรา 124 มาตรา 125 และ มาตรา 127 และรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิที่จะได้รับการสอบสวนด้วยความเป็นธรรม ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
 
    2. การใช้ราษฎรในการสืบสวน ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (10) มาตรา 17 และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
3. คดีที่มีการรวบรวมพยานหลักฐานที่ไม่ถูกต้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะ ผู้รวบรวมไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวน และการบันทึกสำนวนการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้บันทึกไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 มาตรา 139 และรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิไว้ ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
4. คดีที่ไม่มีการกระทำอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด (หลอกให้กระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง) ซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 ประกอบกับ มาตรา 59 และ รัฐธรรมนูญรับรองและคุ้มครองไว้ตาม มาตรา 32 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
5. การออกหมายจับและการจับที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 (1) มาตรา 78 มาตรา 80 และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 30 มาตรา 31 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
6. การสอบสวนที่ไม่ปฏิบัติตามกระบวนการทางอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั้งหมด และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการ ก็ฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
7. พยานหลักฐานที่ได้มาโดยไม่ชอบ ฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 243 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
8. การสอบสวนที่ได้กระทำขึ้นโดยที่ไม่มีความผิดอาญาเกิด อ้าง หรือเชื่อว่า เกิด หรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับ (โดยชอบ) ซึ่งฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 มาตรา 19 มาตรา 131 และ มาตรา 139 และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 241 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
9. การกันผู้ต้องหาด้วยกันไว้เป็นพยาน ซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232 ที่ห้ามมิให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน และรัฐธรรมนูญรับรองไว้ตาม มาตรา 243 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
10. กรณีไม่มีผู้เสียหายตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 32 มาตรา 33 และ มาตรา 241 รับรองไว้
11. การสอบสวนที่ได้กระทำโดยผู้ไม่มีอำนาจสอบสวน ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 มาตรา 19 และ มาตรา 140 พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 241 รับรองไว้
12. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ห้ามพนักงานอัยการฟ้องคดีเฉพาะในกรณีที่มิได้มีการสอบสวน ในความผิดเท่านั้น แต่ไม่ห้ามในกรณีการสอบสวน โดยไม่ชอบ สอบสวนโดยไม่มีอำนาจ สอบสวนโดยผิดกฎหมาย การใช้ มาตรา 120 นี้ ผู้ใช้อำนาจรัฐ คือพนักงานอัยการจึงมีอำนาจที่จะละเมิดสิทธิและเสรีภาพและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของประชาชนได้โดยตรง และละเมิดได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งสิทธิที่รัฐธรรมนูญรับรองและคุ้มครองไว้ ตาม มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 26 ถึง มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 37 มาตรา 39 มาตรา 241 และ มาตรา 243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 จึงขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ และนอกจากนี้ยังขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 มาตรา 7 และ มาตรา 70 โดยตรงอีกด้วย
นอกจากนั้น ผู้ร้องอ้างว่า ศาลจะใช้บทบัญญัติดังกล่าวประกอบกับ มาตรา อื่นในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ใช้บังคับในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ ศาลอาญาจึงส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264
ศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจคำร้องแล้ว มีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ดำเนินการต่อไป ตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541 ข้อ 10
ต่อมา นายสหาย ทรัพย์สุนทรกุล ผู้คัดค้านที่ 1 นายโกเมน ภัทรภิรมย์ ผู้คัดค้าน ที่ 2 นายธวัชชัย ชำนาญหล่อ ผู้คัดค้านที่ 3 และนายพรศักดิ์ ศรีณรงค์ ผู้คัดค้านที่ 4 พนักงานอัยการ ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาดังกล่าว ได้ยื่นคำคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่า
(1) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 264 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า คู่ความ นั้น ยังไม่มีข้อยุติว่าจะหมายถึงผู้ใดบ้าง แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (15) หมายความถึง โจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นคดีดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่า มีคู่ความของรัฐธรรมนูญ ตาม มาตรา 264 เพราะคดีอยู่ในขั้นไต่สวนมูลฟ้องเท่านั้น จึงเป็นเรื่องระหว่าง ศาลกับโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคสาม ซึ่งบัญญัติว่า …ก่อนที่ศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่า จำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น กรณีนี้จึงไม่ต้องด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 264
(2) คำร้องที่ผู้ร้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องที่ซ้ำซ้อนกับคำร้องที่ผู้ร้อง กับพวกในฐานะจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 990/2536 เคยยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 และ มาตรา 120 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญได้รับไว้ดำเนินการแล้ว จึงมีลักษณะเป็นการประวิงคดีของศาลอาญา เนื่องจาก ศาลอาญาต้องรอการพิจารณาพิพากษาไว้ชั่วคราวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 241 ทำให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ไม่ได้รับการพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม
(3) ตามคำร้องของผู้ร้อง เป็นการกล่าวถึงการกระทำของพนักงานอัยการกองคดีอาญากรุงเทพใต้ ทั้งสิ้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผู้คัดค้านทั้งสี่และมิได้เกี่ยวข้องกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 7109/2540 ของศาลอาญาแต่ประการใด
ทั้งนี้ ผู้คัดค้านทั้งสี่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกคำร้องของผู้ร้อง
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของผู้ร้อง และคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่แล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 ศาลรัฐธรรมนูญจึงรับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัยได้ และมีประเด็นต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 เป็น บทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่
พิจารณาแล้ว กรณีดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้ว คือ คำวินิจฉัย ที่ 1/ 2543 ลงวันที่ 13 มกราคม 2543 ซึ่งวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เพราะ
1. การสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 จะต้องเป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมาย หากการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยเหตุประการใด ก็ตาม ถือว่าไม่มีการสอบสวน ดังนั้น การสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 จึงเป็นการสอบสวนที่เป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 241 แล้ว การที่ผู้ร้อง แปลความใน มาตรา 120 ให้มีความหมายในทางกลับกันว่า แม้การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นธรรม พนักงานอัยการก็ฟ้องคดีได้นั้น จึงเป็นการแปลกฎหมายที่ไม่ต้องด้วยเจตนารมณ์ของบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 จึงเป็นบทบัญญัติที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 241
2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 เป็นมาตรการสำคัญ ที่จะให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลย การที่ผู้ร้องอ้างว่าพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน รวมทั้งศาลยุติธรรมจะไม่เคารพหรือคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของผู้ร้องนั้น จึงเป็นการอ้างว่า เจ้าพนักงานของรัฐดังกล่าวละเมิด หรือละเลยการปฏิบัติ หน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายและรัฐธรรมนูญ จึงมิใช่เหตุที่จะอ้างว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ขัดหรือแย้งต่อหลักรัฐธรรมนูญ หรือรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 26 มาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 31 มาตรา 32 และ มาตรา 33 เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยให้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 ได้
3. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ไม่มีข้อความใดที่เปิดช่องให้พนักงานอัยการเลือกปฏิบัติตามอำเภอใจ ดังที่ผู้ร้องอ้าง การที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องบางคดี แต่ ไม่ยื่นฟ้องบางคดีได้นั้น มิใช่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้ต้องหาหรือจำเลย แต่เป็นการใช้ดุลพินิจที่จำเป็นในการพิจารณาพยานหลักฐานเป็นกรณี ๆ ไป ดังนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 จึงไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30
4. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ไม่มีข้อความใดที่ให้ดุลพินิจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะละเลยหรือไม่ ่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหน้าที่ การที่ผู้ร้องอ้างว่าพนักงาน อัยการและเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐมิได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนจึงมิใช่เรื่องที่ผู้ร้องจะขอ ให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญตาม มาตรา 264 ได้
5. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 มิได้บัญญัติข้อความใดที่อาจแปลความไปได้ว่าเป็นการละเมิดข้อห้าม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 243 วรรคสอง แต่การที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 243 วรรคสอง รัฐธรรมนูญ มาตรา 28 วรรคสอง บัญญัติวิธีแก้ไขแล้ว คือบทบัญญัติเกี่ยวกับกลไกและกระบวนการทางยุติธรรมที่ผู้ร้อง มีสิทธิที่จะดำเนินการได้อยู่แล้ว จึงเป็นกรณีที่ผู้ร้องจะต้องยกรัฐธรรมนูญ มาตรา 243 ขึ้นเป็น ข้อต่อสู้คดีในศาลยุติธรรม ซึ่งกำลังพิจารณาคดีของผู้ร้องอยู่ แต่มิใช่เป็นกรณีที่ผู้ร้องสามารถขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 ว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 243 วรรคสองได้
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า กรณีอื่น ๆ ที่ผู้ร้องอ้างว่า มีการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ต่าง ๆ รับรองไว้นั้น ผู้ร้อง ย่อมสามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู่คดี ในศาลได้ แต่ทั้งนี้มิใช่เป็นกรณีที่ผู้ร้องจะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 เพื่อให้ศาล รัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยให้ได้
เมื่อคำวินิจฉัยที่ 1/2543 ของศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้แล้วเช่นนี้ จึงไม่จำต้อง วินิจฉัยอีก ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้อง


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update