กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 29/2543
วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2543
เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคธรรมรัฐ


นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ยื่นคำร้อง ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2543 ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคธรรมรัฐ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องสรุปได้ว่า นายทะเบียนพรรค การเมืองได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคธรรมรัฐเป็นพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2542 ต่อมา พรรคธรรมรัฐมีหนังสือแจ้งการจัดตั้งสาขาลำดับที่ 1 ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายทะเบียนพรรคการเมืองรับรองการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2543 และ ต่อจากนั้นพรรคธรรมรัฐรายงานนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2543 พรรคธรรมรัฐจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองเพิ่มขึ้นอีก 4 สาขา คือ สาขาลำดับที่ 2 ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย สาขาลำดับที่ 3 ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร สาขาลำดับที่ 4 ตั้งอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ สาขาลำดับที่ 5 ตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น มีคณะกรรมการสาขาพรรคการเมืองละ 15 คน และมีสมาชิกรวมกันทั้งสิ้น 5,585 คน แต่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบ เอกสารประกอบแล้ว ปรากฏว่า มีรายชื่อสมาชิกเพียง 2,810 คน ต่อมา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2543 พรรคธรรมรัฐจัดส่งทะเบียนสมาชิกเพิ่มเติม 240 คน รวมเป็น 3,050 คน และวันที่ 9 มิถุนายน 2543 พรรคธรรมรัฐจัดส่งทะเบียนสมาชิกเพิ่มเติมอีก 2,595 คน รวมทั้งสิ้น 5,645 คน แต่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติให้พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัด ที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการจัดตั้ง พรรคการเมือง ซึ่งพรรคธรรมรัฐต้องดำเนินการดังกล่าวภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2543 แต่เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์เป็นวันหยุดราชการ จึงครบกำหนดภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2543 ซึ่งเป็นวันเปิดทำการถัดไปวันแรก แต่ปรากฏว่า เมื่อครบกำหนดเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบแล้วพบว่า การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองอีก 4 สาขา ยังไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคธรรมรัฐ นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงไม่รับรองการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง ทำให้การดำเนินการของพรรคธรรมรัฐไม่เป็นไปตาม มาตรา 29 เป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ยุบพรรคธรรมรัฐตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ดำเนินการ และส่งสำเนาคำร้องดังกล่าว ให้พรรคธรรมรัฐทราบ และยื่นคำชี้แจงตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541
หัวหน้าพรรคธรรมรัฐมีหนังสือลงวันที่ 20 มิถุนายน 2543 ชี้แจงต่อ ศาลรัฐธรรมนูญสรุปได้ว่า คำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ยุบพรรคธรรมรัฐ เนื่องจากการดำเนินการของพรรคธรรมรัฐไม่เป็นไปตาม มาตรา 29 อันเป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นั้น เป็นการชอบแล้ว ไม่ขอคัดค้าน
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง เอกสารประกอบคำร้อง และหนังสือชี้แจงของ พรรคธรรมรัฐแล้ว เห็นว่า มีประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีมีเหตุที่จะสั่งยุบพรรคธรรมรัฐ ตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองหรือไม่
พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอคำร้องต่อศาล รัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรคธรรมรัฐ เนื่องจากพรรคธรรมรัฐไม่ดำเนินการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 ซึ่งบัญญัติว่า "ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ใน แต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนดและมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา" และ มาตรา 65 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้…. (5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62" และวรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า พรรคการเมืองใดมีเหตุตามที่ระบุไว้ใน (1) (2) (3) หรือ (5) ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของนายทะเบียน ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น" เมื่อพรรคธรรมรัฐมิได้ดำเนินการให้มีสมาชิก ตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป และการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองยังไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคธรรมรัฐ ประกอบกับนายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่รับรองการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองของพรรคธรรมรัฐ กรณีเป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงมีอำนาจเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีคำสั่ง ยุบพรรคธรรมรัฐได้
โดยเหตุผลดังได้วินิจฉัยข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงอาศัยอำนาจ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง สั่งให้ยุบพรรคธรรมรัฐ


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update