กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 30/2543
วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2543
เรื่อง ผู้ขอจัดตั้งพรรคนำชัยขอให้วินิจฉัยชี้ขาดคำสั่งของนายทะเบียนพรรคการเมือง


ผู้ขอจัดตั้งพรรคนำชัย (นายนำชัย แช่มฟัก) ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 9 เมษายน 2542 ต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดคำสั่งของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ไม่รับจดแจ้งการจัดตั้ง พรรคนำชัย
ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบ สรุปได้ว่า ผู้ขอจัดตั้ง พรรคนำชัย ผู้ร้อง ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคนำชัย ยื่นแบบคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง ชื่อ "พรรคนำชัย" ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ผู้ถูกร้อง ต่อมา ผู้ถูกร้องมีหนังสือลงวันที่ 18 มีนาคม 2542 แจ้งผู้ขอจัดตั้งพรรคนำชัยว่า ไม่รับจดแจ้ง การจัดตั้งพรรคนำชัย ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 14 วรรคสาม เนื่องจากผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค คือ ผู้ร้องถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ จังหวัดน่าน ตามหมายของศาลจังหวัดน่าน ที่ 540/2542 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2542 และ ที่ 70/2542 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2542 เป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง ไม่มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 14 (4) ประกอบ มาตรา 12 และ มาตรา 21 แต่ผู้ร้องเห็นว่า ตนถูกกลั่นแกล้งออกหมายจับในระหว่างการยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมือง และถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาโดยไม่มีเจ้าทุกข์รวม 8 ข้อกล่าวหา ทำให้หาหลักทรัพย์ประกันตัวไม่ทัน และอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 33 ซึ่งบัญญัติว่า ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือ จำเลยไม่มีความผิด ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด อีกทั้งในขณะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ร้อง ได้รับการประกันตัวแล้ว ดังนั้น จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายทะเบียนพรรคการเมือง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคนำชัย
ศาลรัฐธรรมนูญส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องเพื่อยื่นคำชี้แจง และขอข้อมูลการดำเนินคดี กับผู้ร้อง ไปยังศาลจังหวัดน่าน
ผู้ถูกร้องมีหนังสือชี้แจงสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 ผู้ถูกร้องได้รับ คำขอจัดตั้งพรรคการเมือง ชื่อ "พรรคนำชัย" โดยมีผู้ร้องได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค ต่อมา ผู้ถูกร้องทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ประจำวันที่ 7 มีนาคม 2542 ว่า สิบเอก นำชัย แช่มฟัก กรรมการผู้จัดการบริษัท นำชัยวิลล่า จำกัด ถูกตำรวจสถานีตำรวจภูธรตำบลจอหอ จังหวัดนครราชสีมา จับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชน แต่สิบเอก นำชัย ฯ ให้การปฏิเสธ พร้อมทั้ง ยืนยันว่า ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เนื่องจากกำลังจัดตั้งพรรคการเมือง ชื่อ พรรคนำชัย และกำลัง ขอจดทะเบียนกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องจึงมีหนังสือลงวันที่ 9 มีนาคม 2542 ถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และหนังสือลงวันที่ 15 มีนาคม 2542 ถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองน่าน ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการ ดังกล่าว ซึ่งสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองน่าน รายงานผลการตรวจสอบเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2542 สรุปว่า สิบเอก นำชัย ฯ เป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ร้อง ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำร้องขอจัดตั้งพรรคนำชัย และหลักฐานทางคดีพอฟังว่า การกระทำของผู้ร้องเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและโฆษณา แผนผังโครงการ หรือวิธีการจัดสรรในที่ดิน ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินยังไม่ได้ออก ใบอนุญาต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ข้อ 40 ขณะรายงานผลการตรวจสอบนี้ ผู้ร้องถูกควบคุมตัว อยู่ที่เรือนจำจังหวัดน่าน เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว และเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2542 พนักงานอัยการจังหวัดน่านยื่นฟ้องผู้ร้อง เป็นคดีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฯ อีกคดีหนึ่ง ผู้ถูกร้องจึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2542 ไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคนำชัย เนื่องจากเห็นว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคนำชัย และยื่นคำร้องขอจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรคนำชัย ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดน่านตามหมายของศาลจังหวัดน่านในระหว่างพิจารณาว่า จะรับหรือไม่รับ จดแจ้งการจัดตั้งพรรคนำชัย เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ขาดคุณสมบัติผู้จัดตั้งพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 8 ทำให้การเป็นหัวหน้าพรรคนำชัยของผู้ร้องที่ได้รับเลือกตั้งในที่ประชุมจัดตั้ง พรรคนำชัยสิ้นสุดลงไปด้วย เป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารพรรคไม่มีคุณสมบัติ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 14 (4) ประกอบ มาตรา 12 และ มาตรา 21
 
    ศาลจังหวัดน่านแจ้งข้อมูลการดำเนินคดีกับผู้ร้อง สรุปว่า ผู้ร้องถูกดำเนินคดี ที่ศาลจังหวัดน่าน เป็นคดีแพ่ง 2 คดี และคดีอาญา 6 คดี ขณะแจ้งข้อมูลนั้น ศาลสั่งจำหน่ายคดี ออกจากสารบบคดีชั่วคราว เนื่องจากจำเลยหลบหนีไประหว่างประกันตัว และอยู่ระหว่างออกหมายจับ จำเลยมาดำเนินคดี
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว มีประเด็นต้องพิจารณาเบื้องต้นว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจพิจารณาคำร้องนี้ หรือไม่
พิจารณาแล้ว รัฐธรรมนูญ มาตรา 192 บัญญัติว่า "สาระสำคัญที่ต้องมีในกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญเรื่องต่าง ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาล ให้เป็นสาระสำคัญที่ต้องมีใน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเรื่องนั้น ๆ ตามรัฐธรรมนูญนี้" และพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งตราขึ้นโดยอาศัยอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 92 มาตรา 323 และ มาตรา 328 (1) บัญญัติให้กฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญดังกล่าว อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญในเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมือง และการจดแจ้งการจัดตั้ง พรรคการเมืองในทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 บัญญัติเรื่องการรับจดแจ้งและไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองไว้ใน หมวด 1 การจัดตั้งพรรคการเมือง มาตรา 17 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมือง ซึ่งไม่เห็นด้วย กับคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองของนายทะเบียนตาม มาตรา 14 หรือ มาตรา 15 มีสิทธิ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง ไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองจากนายทะเบียน" เมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว บัญญัติสาระสำคัญเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 192 และ มาตรา 328 (1) โดยให้อำนาจศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองของนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 233 บัญญัติว่า "การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของ ศาลซึ่งต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์" ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคำร้องที่ผู้ขอจัดตั้งพรรคนำชัยยื่น ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 17
ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดมีว่า การที่นายทะเบียน พรรคการเมืองมีคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคนำชัยเป็นไป ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 14 วรรคสาม หรือไม่
พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541
" มาตรา 14 เมื่อได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง ให้นายทะเบียนพิจารณาตรวจสอบ ในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) ผู้จัดตั้งพรรคการเมืองเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 8 และมีจำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคน
(2) นโยบายและข้อบังคับพรรคการเมืองมีลักษณะไม่ขัดต่อ มาตรา 10
(3) เอกสารการขอจัดตั้งพรรคการเมืองมีรายการครบถ้วนตาม มาตรา 11 และ มาตรา 13
(4) คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีคุณสมบัติตาม มาตรา 12 และ
(5) ชื่อพรรคการเมืองและภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองไม่ซ้ำ หรือพ้อง หรือ มีลักษณะคล้ายคลึงกับชื่อพรรคการเมืองหรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองของผู้ขอจัดตั้ง พรรคการเมืองอื่น ที่ได้ยื่นคำขอไว้ตาม มาตรา 13 หรือของพรรคการเมืองอื่นที่นายทะเบียนได้รับ จดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองไว้ก่อนแล้ว
ในกรณีที่นายทะเบียนตรวจสอบแล้วเห็นว่า ถูกต้องและครบถ้วน ให้นายทะเบียน รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง
ในกรณีที่นายทะเบียนตรวจสอบแล้วเห็นว่า คุณสมบัติหรือจำนวนของผู้จัดตั้ง พรรคการเมืองหรือนโยบายและข้อบังคับพรรคการเมือง หรือคุณสมบัติของคณะกรรมการบริหาร พรรคการเมือง หรือชื่อพรรคการเมือง หรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองไม่เป็นไปตามวรรคหนึ่ง (1) (2) (4) หรือ (5) ให้นายทะเบียนสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง และแจ้งเป็น หนังสือพร้อมทั้งเหตุผลให้ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียน ได้รับคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง"
ข้อเท็จจริงตามคำชี้แจงของผู้ถูกร้อง ปรากฏว่า เหตุที่ผู้ถูกร้องนำมาใช้เป็นเหตุผล ในการสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคนำชัย คือ การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค และยื่นคำร้องขอจัดตั้งพรรคถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดน่าน ตามหมายของศาลจังหวัดน่าน ทำให้ เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นการขาดคุณสมบัติของ การเป็นผู้จัดตั้งพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 8 ทำให้การเป็นหัวหน้าพรรคนำชัยของผู้ร้องสิ้นสุดลงไปด้วย จึงเป็นเหตุให้ คณะกรรมการบริหารพรรคไม่มีคุณสมบัติตาม มาตรา 14 (4) ประกอบ มาตรา 12 และ มาตรา 21
พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม เอกสารประกอบของผู้ร้อง คำชี้แจง และเอกสารประกอบของผู้ถูกร้อง ตลอดจนข้อมูล และเอกสารการดำเนินคดีกับผู้ร้องที่ศาล จังหวัดน่านส่งมาแล้ว เห็นว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งรวมกันกับบุคคลอื่นมีจำนวนตั้งแต่สิบห้าคน ขึ้นไป จัดตั้งพรรคนำชัย ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 8 ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ และไม่มี ลักษณะที่ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมีจำนวนตั้งแต่สิบห้าคนขึ้นไป สามารถรวมกัน จัดตั้งพรรคการเมืองได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนและ เพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้น ตามวิถีทางการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ซึ่งลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตาม รัฐธรรมนูญนั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา 106 บัญญัติว่า "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง คือ ... (3) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่ง ที่ชอบด้วยกฎหมาย (4) …" เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำชี้แจงของผู้ถูกร้อง และผู้ร้องมิได้ โต้แย้งแต่ประการใดว่า ผู้ร้องต้องคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดน่าน โดยหมายของศาลจังหวัดน่าน ที่ 540/2542 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2542 และ ที่ 70/2542 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2542 ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2542 และผู้ถูกร้องมีคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคนำชัย ในวันที่ 18 มีนาคม 2542 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ร้องถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดน่าน ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดตั้งพรรค คนหนึ่งและเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค ตลอดจนเป็นผู้ยื่นคำขอจัดตั้งพรรคนำชัยต่อผู้ถูกร้อง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 13 จึงเป็น ผู้มีลักษณะที่ต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 8 ดังนั้น การที่ผู้ถูกร้องสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองของผู้ร้อง จึงเป็นการสั่งตาม พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 14 วรรคสาม แล้ว
อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า การที่นายทะเบียน พรรคการเมืองมีคำสั่งไม่รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคนำชัยเป็นไป ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 14 วรรคสาม จึงให้ยกคำร้องของผู้ขอจัดตั้งพรรคนำชัย


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update