กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
หน้าที่ 1 2
คำวินิจฉัยที่ 54-55/2543
วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2543
เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาตรา 17 (เพิ่ม มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 มาตรา 85/8 และ มาตรา 85/9 ) มีข้อความขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญ


ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา รวมสองคำร้อง ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กรณีเพิ่มอำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งในการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตาม มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 และอำนาจประกาศให้บัตรเลือกตั้งเป็นบัตรเสียตาม มาตรา 85/8 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 262 วรรคหนึ่ง (2)
1. คำร้องที่หนึ่ง เป็นคำร้องของนายพนัส ทัศนียานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กับสมาชิกวุฒิสภาอีกห้าสิบสามคน สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า
1.1 ร่างพระราชบัญญัติมีทั้งหมด 22 มาตรา ส่วนแรก เป็นการวางมาตรการจัดการเลือกตั้งให้รัดกุม และเอื้ออำนวย ความสะดวก ต่อประชาชนยิ่งขึ้น ส่วนที่สอง เป็นมาตรการเพื่อให้จัดการกับการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรมใน มาตรา 17 (เพิ่ม มาตรา 85/1 ถึง มาตรา 85/10) แต่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบเพียงสี่ มาตรา แยกเป็นสองประเด็น คือ มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งก่อนและหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ด้วยเหตุกระทำการโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ เป็นประเด็นที่หนึ่ง และ มาตรา 85/8 ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาว่า พรรคการเมืองใดทุจริตในการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ แล้วให้มีอำนาจประกาศให้บัตรเลือกตั้งของประชาชนที่ลงคะแนนให้แก่พรรคการเมืองนั้น เฉพาะในเขตที่มีการกระทำความผิด เป็นบัตรเสีย เป็นประเด็นที่สอง
1.2 กรณี มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 ที่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กระทำการโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม นั้น ผู้ร้องอ้างว่า สิทธิเลือกตั้งเป็นสิทธิพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 105 รับรองไว้ ย่อมอยู่ในความคุ้มครองตาม มาตรา 27 คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นองค์กรอิสระ มีอำนาจหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ความเป็นอิสระของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หมายความว่า เป็นอิสระจากอำนาจสั่งการขององค์กรอื่น แต่ยังคงต้องอยู่ภายใต้หลักการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ซึ่งเป็นหลักไม่ให้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจ บริหาร และอำนาจตุลาการ ตกอยู่แก่องค์กรใดโดยลำพัง การตรากฎหมายมอบอำนาจให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสืบสวน สอบสวน กล่าวโทษชี้ขาด และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้เบ็ดเสร็จ เช่นร่างพระราชบัญญัติ ฯ เป็นการละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย
 
    1.3 สำหรับภารกิจในการจัดการเลือกตั้ง นั้น รัฐธรรมนูญได้แยกอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการ เกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้สองกรณี คือ ปัญหากระบวนการการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจวินิจฉัยและจัดการการเลือกตั้งใหม่โดยอิสระ ทั้งก่อนและหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ดังปรากฏ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 (1) และ มาตรา 145 (4) ส่วนปัญหาผู้สมัคร กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงอย่างจริงจังก่อน แล้วจึงจะดำเนินการโดยพลันได้ ดังปรากฏ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 (2) และ มาตรา 327 (5) ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า การดำเนินการนั้นหมายความว่า การดำเนินคดีต่อศาลในความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือพรรคการเมือง ต่อมาพระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 27 ยืนยันอำนาจชี้ขาดของศาลว่า การจัดการกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งโดย การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ให้กระทำโดยอำนาจศาลยุติธรรม จะเห็นได้ว่า อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ จะถูกจำกัดให้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่กระบวนการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม มีการโกงการเลือกตั้งเท่านั้น หากไม่ปรากฏปัญหานี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศผลการเลือกตั้งเสมอ จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ไม่ได้ แม้จะเชื่อว่า ผู้สมัครคนใดซื้อเสียง ก็ต้องไปดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่ง
ผู้ร้องอ้างว่า มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำลายความคุ้มครองสิทธิพื้นฐานทางศาลที่ให้แก่ปวงชนอย่างชัดแจ้ง มีผลเท่ากับเป็นการตั้งศาลขึ้นใหม่ ต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234
1.4 กรณีร่างพระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 85/8 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยว่า พรรคการเมืองใดทุจริตในการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ แล้วกำหนดให้บัตรลงคะแนนของประชาชนในพื้นที่กระทำผิด ตกเป็นบัตรเสีย ถือเป็นบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยล่วงสิทธิในทางการเมืองของหลายฝ่าย คือ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 ที่สมัครรับเลือกตั้งแล้ว ไม่มีสิทธิได้รับคะแนนจากประชาชน สิทธิในการรวมตัวเป็นพรรคการเมืองตาม มาตรา 47 ต้องสิ้น ความหมายไป นอกจากนี้ การเลือกตั้งเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน การให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งของประชาชนได้ทุกขั้นตอน มีอำนาจสรุปการกระทำผิดเพียงบางส่วน โดยกระบวนการชี้ขาดที่ไร้หลักเกณฑ์ ไร้หลักประกัน และสรุปเป็นความผิดพลาดของประชาชนทั้งมวล สั่งเลือกตั้งใหม่ หรือบอกล้างเจตนาของประชาชนประหนึ่งเป็นผู้พิทักษ์บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ จึงเป็นแนวคิดที่รับไม่ได้ใน ระบบการปกครองแบบผู้แทน และความสำคัญผิดเช่นนี้ได้ก้าวเข้าสู่พัฒนาการขั้นสูงสุดที่ทั้งรัฐบาลและรัฐสภาที่เป็นผู้แทนของประชาชนเอง ร่วมกันตรากฎหมายให้อำนาจแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ถึงขั้นให้อำนาจปฏิเสธ ไม่นับคะแนนของประชาชน แม้ร่าง พระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 85/8 จะมุ่งจำกัดการใช้สิทธิพื้นฐาน โดยไม่ล่วงล้ำถึงขั้นเพิกถอนสิทธิก็ตาม แต่ก็จะต้องอยู่ในบังคับของ รัฐธรรมนูญ มาตรา 29 ที่บัญญัติว่า "การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้" และ มาตรา 100 นี้บัญญัติให้ต้องนำคะแนนของประชาชนมา คำนวณเป็นผลเลือกตั้งเสมอ กรณีจึงเป็นที่ชัดเจนว่า รัฐสภาได้ล่วงล้ำจำกัดสิทธิพื้นฐานของประชาชน ที่รัฐธรรมนูญมิได้ให้อำนาจไว้ และมาตรการ ดังกล่าว ยังบัญญัติเกินความจำเป็น อ้างเอาการกระทำผิดของคนจำนวนหนึ่งมาทำลายสิทธิคนทั้งกระบวนการเลือกตั้ง อีกทั้งทำให้สิทธิเหล่านั้นต้องไร้ความหมาย มีสิทธิ เหมือนไม่มีสิทธิ ขัดต่อหลักที่ว่าด้วยหน้าที่รักษาสาระสำคัญของสิทธิ ร่างพระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 85/8 จึงเป็นการละเมิด รัฐธรรมนูญ มาตรา 29 ด้วย
2. คำร้องที่สอง เป็นคำร้องของนายคำนวณ ชโลปถัมภ์ สมาชิกวุฒิสภา กับสมาชิกวุฒิสภาอีกยี่สิบสี่คน ซึ่งต่อมายื่นคำร้องเพิ่มเติมด้วย สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า
2.1 ร่างพระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 17 (เพิ่ม มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ด้วยเหตุกระทำการไม่สุจริตและเที่ยงธรรม นั้น มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้ และต้องระบุบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการตรากฎหมายนั้นด้วย แต่ปรากฏว่า ไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใดที่ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลใด การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงกระทำมิได้ ร่างพระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 ที่บัญญัติให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29
2.2 พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 บัญญัติเรื่องการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไว้ใน หมวด 4 บทกำหนดโทษ ให้ศาลเป็นผู้มีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคล ศาลจะต้องลงโทษจำคุกและหรือปรับบุคคลนั้นก่อน แล้วจึงสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ที่ได้รับโทษอาญาด้วยทุกครั้ง ถือได้ว่า การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลเป็นส่วนควบของโทษจำคุกและหรือปรับ ซึ่งเป็นโทษอาญา ใช้บังคับแก่บุคคลทุกคนที่กระทำผิด ตามพระราชบัญญัติ ฯ แต่ร่างพระราชบัญญัติฯ มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา โดยบุคคลเหล่านั้นไม่ต้องรับโทษ ทางอาญาด้วย ทั้งที่พฤติการณ์ในการกระทำผิดมีลักษณะเหมือนกัน ต่างกันที่องค์กรผู้ใช้อำนาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ระหว่างศาลกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ที่บัญญัติให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้ อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์กรในทางบริหารไม่ใช่ศาล จึงไม่มีสิทธิใช้อำนาจของศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลใด สภาพบังคับตามกฎหมายต่อบุคคลที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยศาลและโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ไม่เท่าเทียมกัน เพราะ ถ้าถูกเพิกถอนสิทธิโดยศาล บุคคลนั้นจะต้องได้รับโทษอาญาด้วย แต่ถ้าถูกเพิกถอนสิทธิโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งบุคคลนั้นกลับไม่ต้องรับโทษอาญา
2.3 การที่ร่างพระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจเพิก ถอนสิทธิเลือกตั้ง ยังถือได้ว่า เป็นการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งให้เทียบเท่าศาล เป็นการตั้งศาลขึ้นใหม่เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีใดคดีหนึ่ง หรือคดีที่มีข้อหาฐานใดฐานหนึ่งโดยเฉพาะแทนศาลที่มีอยู่ ซึ่งกระทำมิได้ เป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 233 มาตรา 234 และ มาตรา 271
ผู้ร้องอ้างว่า ร่างพระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 17 ส่วนที่จะดำเนินการกรณีการเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยง ธรรม ตาม มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 233 มาตรา 234 และ มาตรา 271 ใช้บังคับมิ ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 6
3. ศาลรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความเห็นเป็นหนังสือเพื่อประกอบการพิจารณา
4. คณะรัฐมนตรีชี้แจงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือก ตั้งตามร่างพระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 สรุปว่า
4.1 รัฐธรรมนูญมีความประสงค์ที่จะปฏิรูปการเมือง โดยจัดตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้น เป็นองค์กรอิสระที่จะควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ฯลฯ ให้เป็นไป โดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงได้ให้อำนาจหน้าที่แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งหลายประการดังที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 145 มาตรา 147 ซึ่งรวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้งต่าง ๆ ตามที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจะได้กำหนดต่อไป สำหรับ การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้น รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2517 พุทธศักราช 2521 และพุทธศักราช 2534 บัญญัติตรงกันว่า บุคคลอาจถูกเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง "โดยคำพิพากษา" แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา 106 (4) บัญญัติว่า บุคคลต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง "ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง" โดยไม่มีคำว่า "โดยคำพิพากษา" ย่อมแสดงเจตนารมณ์ว่า ประสงค์ให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่จะบัญญัติขึ้นว่า การเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งในกรณีใด เป็นขององค์กรใด หรือเป็นไปโดยบทบัญญัติของกฎหมายโดยไม่ผูกมัดว่า ต้องเป็นศาลต่าง ๆ เท่านั้น และเมื่อการวินิจฉัยเกี่ยวกับการประพฤติไม่สุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง เป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย ก็สมควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้กระทำการโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้นได้ด้วย ดังนั้น การสั่งให้เลือกตั้งใหม่ในเวลาต่อมา หากให้ผู้กระทำการไม่สุจริตยังคงเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งต่อไปได้ การเลือกตั้งครั้งหลังย่อมไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น การตรากฎหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้กระทำการไม่สุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง เพื่อให้เลือกตั้งใหม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงเป็นการตรากฎหมายที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
4.2 ในส่วนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นการกำหนดให้บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนให้แก่พรรคการเมืองเป็นบัตรเสีย เพราะพรรคการเมืองกระทำการโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมตามร่างพระราชบัญญัติ มาตรา 85/8 นั้น เห็นว่า ในการลงคะแนนเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเป็นการลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง โดยใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง คะแนนที่ลงให้กับพรรคการเมืองนั้นย่อมเป็นประโยชน์แก่ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อทุกคนร่วมกัน มิใช่เป็นประโยชน์แก่ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง และการกระทำผิดของบุคลใดบุคคลหนึ่งย่อมมิใช่เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่บุคคลใดโดยเฉพาะ แต่มีผลถึงผู้สมัครของพรรคการ เมืองนั้นทุกคน ด้วยเหตุนี้ เมื่อปรากฏหลักฐานว่า มีการทุจริตในเขตพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง พรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนในเขตดังกล่าวย่อมไม่สมควรได้รับประโยชน์จากการนั้น เพราะเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น อันเป็นผลจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม มาตรการที่กำหนดไว้ใน มาตรา 85/8 จำเป็นต้องแตกต่างจากการแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะการทุจริตในการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ผลประโยชน์จะตกอยู่กับผู้สมัครของพรรคการเมืองนั้นทุกคน จึงไม่อาจแยกให้มีการลงคะแนนใหม่เฉพาะบุคคลได้ และการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง การจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศเป็นการสิ้นเปลืองเกินกว่าเหตุ และแม้จะจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ในพื้นที่ที่พบการทุจริต ก็อาจไม่เป็นธรรมแก่พรรคการเมืองที่ได้รับคะแนน แต่ไม่ปรากฏเหตุว่า มีส่วนร่วมในการการกระทำทุจริตด้วย ฉะนั้น การกำหนดให้พรรคการเมืองไม่ได้รับประโยชน์จากคะแนนดังกล่าว เพื่อนำมารวมกับคะแนนรวมทั้งหมดของพรรคการเมืองนั้น จึงสมเหตุสมผล และเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาที่ตรงกับเหตุแห่งการกระทำ
4.3 สำหรับปัญหาว่า การไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้งเป็นการละเมิดสิทธิเลือกตั้งของประชาชน และสิทธิสมัครรับเลือกตั้งด้วยนั้น เห็นว่า ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งลงคะแนนสมบูรณ์แล้ว การที่บุคคลใดจะอ้างคะแนนเสียงเพื่อเอาประโยชน์จากการกระทำที่ทุจริตนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะผลการเลือกตั้งที่จะทำให้บุคคลใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ต้องเป็นผลการเลือกตั้งที่มาจากการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมด้วย มาตรการที่กำหนดไว้ใน มาตรา 85/8 นี้ สอดคล้องกับลักษณะวิธีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งไม่แตกต่างจากวิธีการให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือกรณีมีการคัดค้านในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะย่อมทำให้ผลการลงคะแนนเป็นอันเสียไปเช่นกัน และไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่า กรณีเช่นนั้นเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 ได้ เพราะเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดมาตรการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
5. คณะกรรมการการเลือกตั้งชี้แจงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตามร่างพระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 85/1 มาตรา 85/3 และ มาตรา 85/9 สรุปได้ว่า
5.1 รัฐธรรมนูญจัดตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์กรอิสระ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก วุฒิสภา ฯลฯ ให้เป็นไปโดย สุจริตและเที่ยงธรรม โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ในการออกประกาศกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การปฏิบัติการตามกฎหมาย ดำเนินการเลือกตั้ง และออกคำสั่งในการบริหาร ตลอดจนการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ฯ และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม การที่รัฐธรรมนูญจัดตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์กรอิสระ และให้มีอำนาจหน้าที่ดังกล่าว ย่อมเป็นบทยกเว้นจากหลักการแบ่งแยกอำนาจซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปในรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ ดังนั้น หากรัฐสภา จะให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ฯ อันเป็นคำสั่งที่มีสภาพบังคับเสร็จเด็ดขาด ก็มีความชอบธรรมที่จะทำได้ เพราะมิใช่เป็นการใช้อำนาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยไม่มีเหตุอันควร หรือตามอำเภอใจ แต่อย่างใด


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายปรีชา เฉลิมวณิชย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update