กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 9/2543
วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2543
เรื่อง ศาลจังหวัดสงขลาส่งคำโต้แย้งของจำเลย (นายฉลาด นำเอกลาภ) เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264


ศาลจังหวัดสงขลาส่งคำโต้แย้งของจำเลย (นายฉลาด นำเอกลาภ) เพื่อขอให้ศาล รัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ประกาศอัตราดอกเบี้ยสูงสุดโดยอาศัยประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทยและเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดจากจำเลยเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรมจะนำประกาศกำหนดดอกเบี้ยอัตราสูงสุดของโจทก์มาใช้บังคับคดีไม่ได้ เพราะจำเลย เป็นผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
ข้อเท็จจริงตามคำร้องได้ความว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ ฟ้องนายฉลาด นำเอกลาภ ผู้ร้องเป็นจำเลย ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1838/2542 ข้อหาผิดสัญญา บัญชีเดินสะพัด กู้เบิกเงินเกินบัญชี บังคับจำนอง โดยให้จำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 5,307,156.74 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 3,841,391.34 บาท นับจากวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
ผู้ร้องยื่นคำให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์หลายประการ โดยเฉพาะประเด็นการคิด ดอกเบี้ยตามสัญญา ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า การคิดดอกเบี้ยทบต้นและคิดดอกเบี้ยตามฟ้องร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินค้างชำระสูงกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา การฟ้องจึงขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ และประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศขึ้นดอกเบี้ยของโจทก์ก็มิได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมาย ตามข้อบังคับ ตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้น การคิดดอกเบี้ยในกรณีผิดนัดของธนาคารโจทก์ตามฟ้อง โดยโจทก์คิดอัตราดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ร้อยละ 19 ร้อยละ 20.25 และร้อยละ 21.50 ต่อปี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องและตัวแทนผู้บริโภค เป็นการขัดต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา 50 และ มาตรา 57 และประเด็นข้อโต้แย้งดังกล่าวข้างต้นยังไม่มีคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ร้องจึงขอให้ศาลจังหวัดสงขลารอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวและ ส่งข้อโต้แย้งของผู้ร้องเพื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264
ศาลจังหวัดสงขลาได้นัดชี้สองสถานแล้วมีคำสั่งว่า ประเด็นที่ผู้ร้องอ้างว่าโจทก์ คิดดอกเบี้ยทบต้นและดอกเบี้ยตามฟ้อง ร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินค้างชำระสูงกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา เป็นการฟ้องที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศของ ธนาคารโจทก์ไม่ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ต้องด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 จึงนำมาใช้บังคับไม่ได้ นั้น ได้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเด็ดขาดแล้ว
ข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว มีประเด็นตามคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า การที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) คิดดอกเบี้ยในกรณีผิดนัด ในอัตราร้อยละ 18 ร้อยละ 19 ร้อยละ 20.25 และร้อยละ 21.50 ต่อปี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องและตัวแทนผู้บริโภค ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 และ มาตรา 57 หรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ผู้ร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่า การที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) คิดดอกเบี้ยในกรณีผิดนัดในอัตราดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องและตัวแทนผู้บริโภค ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 และ มาตรา 57 หรือไม่ นั้น เป็นการขอให้พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำของบุคคลหรือนิติบุคคล มิใช่พิจารณาวินิจฉัยว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ตามความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 วรรคหนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย
อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยให้ยกคำร้อง


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update