กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 31 / 2544
วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2544
เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคพลังเกษตรกร


นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้อง ลงวันที่ 5 เมษายน 2544 ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องสรุปได้ว่า นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคพลังเกษตรกร เป็นพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2543 ซึ่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติว่า "ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาค ตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่ นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา" ปรากฏว่าเมื่อครบกำหนดเวลาภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคพลังเกษตรกร คือ ภายใน วันที่ 3 เมษายน 2544 ที่พรรคพลังเกษตรกรต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 แต่ ปรากฏว่าพรรคพลังเกษตรกร ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 29 กล่าวคือ ไม่มีสมาชิกตั้งแต่ ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา จึงเป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคพลังเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ดำเนินการและให้รับไว้พิจารณาวินิจฉัยต่อไป พร้อมทั้งส่งสำเนาคำร้องให้พรรคพลังเกษตรกร เพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541 และในการส่งสำเนาคำร้องให้ พรรคพลังเกษตรกรเพื่อยื่นคำชี้แจงนั้น ได้ส่งโดยทางไปรษณีย์ตอบรับ แต่ปรากฏว่า ไม่มีผู้รับและได้ส่งคืนมา สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในฐานะหน่วยธุรการของศาลรัฐธรรมนูญได้ประสานไปยังที่ทำการพรรคพลังเกษตรกร และได้รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่พรรคว่า ให้ติดต่อกับนายประโยชน์ มั่นคงดี อดีตหัวหน้าพรรค ซึ่งยังคงเป็นสมาชิกพรรค จึงได้ติดต่อไปยังนายประโยชน์ ฯ ซึ่งลงลายมือชื่อ รับเอกสารดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2544 พร้อมรับว่า จะทำหนังสือไม่คัดค้านการยุบพรรคพลังเกษตรกร แต่จนถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2544 พรรคพลังเกษตรกรก็ยังมิได้ยื่นคำชี้แจงแต่ประการใด
พิจารณากรณีดังกล่าวแล้ว เห็นว่า การส่งสำเนาคำร้องให้พรรคพลังเกษตรกรเพื่อยื่น คำชี้แจงนั้น ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการรับสำเนาคำร้อง เนื่องจากหัวหน้าพรรคลาออก และนายถาวร คะโยธา รองหัวหน้าพรรคปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นผู้รับสำเนาคำร้องเอง เมื่อพรรคพลังเกษตรกรยังมิได้มีการยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จึงมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสารประกอบไปยังรองหัวหน้าพรรคปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าพรรคตามที่อยู่ ของพรรคพลังเกษตรกร ที่แจ้งไว้ต่อนายทะเบียนอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งให้ปิดประกาศหนังสือส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสารไว้ ณ ที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญ
ปรากฏข้อเท็จจริงว่า พรรคพลังเกษตรกรได้รับสำเนาคำร้องปรากฏตามใบตอบรับไปรษณีย์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2544 ซึ่งครบกำหนดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 15 กันยายน 2544 ประกอบกับระยะเวลาการปิดประกาศดังกล่าว ณ ที่ทำการ ศาลรัฐธรรมนูญได้ครบกำหนดแล้ว พรรคพลังเกษตรกรก็มิได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง เอกสารประกอบคำร้องและการดำเนินการตาม ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ฯ แล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอที่จะวินิจฉัยประเด็นตาม คำร้องได้แล้ว มีประเด็นต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีมีเหตุที่จะสั่งให้ยุบพรรคพลัง เกษตรกร ตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือไม่
พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มีคำสั่งยุบพรรคพลังเกษตรกร เนื่องจากพรรคพลังเกษตรกรไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 ซึ่งบัญญัติว่า "ภายใน หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา" และ มาตรา 65 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบด้วยเ หตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้…(5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62" และวรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏ ต่อนายทะเบียนว่า พรรคการเมืองใดมีเหตุ ตามที่ระบุไว้ใน (1) (2) (3) หรือ (5) ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของนายทะเบียน ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง ให้ยุบพรรคการเมืองนั้น" เมื่อพรรคพลังเกษตรกรมิได้ดำเนินการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 กรณีจึงมีเหตุที่จะสั่งยุบพรรคพลังเกษตรกรได้ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5)
โดยเหตุผลดังได้วินิจฉัยข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง สั่งให้ยุบพรรคพลังเกษตรกร


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายปรีชา เฉลิมวณิชย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์ ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอมร รักษาสัตย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update