กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 40-49/2544
วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
เรื่อง พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 และพระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่


ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่ง และศาลจังหวัดสมุทรสาคร ส่งคำโต้แย้งของจำเลย ซึ่งเป็นผู้ร้องรวม 10 คำร้อง เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 และพระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ดังนี้
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ส่งคำโต้แย้งของจำเลยซึ่งเป็นผู้ร้อง จำนวน 8 คำร้อง คือ
1. คดีหมายเลขดำที่ ย. 1925/2543 กองทุนรวมโกลบอลไทย พร็อพเพอร์ตี้ โจทก์ นางกัลยาณี กรรณสมบัติ จำเลย คดีนี้จำเลยเป็นผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบัน การเงินทั้งสองฉบับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29
2. คดีหมายเลขดำที่ 3647/2543 กองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอล โจทก์ นายฉัตรชัย ตรีอรรถบูรณ์ จำเลย คดีนี้จำเลยเป็นผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน ทั้งสองฉบับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 87
3. คดีหมายเลขดำที่ 4440/2543 กองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอล โจทก์ บริษัทโตโยต้าสระบุรี (1989) ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ที่ 1 นายบุญสม บุญวิสุทธิ์ ที่ 2 นายพรชัย บุญวิสุทธิ์ ที่ 3 และนายสุกิจ บุญวิสุทธิ์ ที่ 4 จำเลย คดีนี้จำเลยทั้งสี่เป็นผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และ มาตรา 29
4. คดีหมายเลขดำที่ 5224/2543 กองทุนรวมบางกอกแคปปิตอล โจทก์ บริษัทสลิง และลวดเกลียว จำกัด ที่ 1 บริษัทพญาเม็งรายคันทรีคลับ จำกัด ที่ 2 บริษัท คิโต้ (ไทย) จำกัด ที่ 3 นายสมบูรณ์ สุริยบูรพกูล ที่ 4 และนายบัณฑิต สุริยบูรพกูล ที่ 5 จำเลย คดีนี้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็น ผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
5. คดีหมายเลขดำที่ 649/2544 กองทุนรวมไทยรีสตรัคเจอริ่ง โจทก์ นางเอรีน รักตะกนิษฐ์ ที่ 1 และนายกิตติชัย รักตะกนิษฐ์ที่ 2 จำเลย คดีนี้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงินทั้งสองฉบับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 มาตรา 29 และ มาตรา 50
6. คดีหมายเลขดำที่ 818/2544 กองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอล โจทก์ บริษัทยงฮั่วหลี จำกัด ที่ 1 และนายบัญชา ตั้งวรารัตน์ ที่ 2 จำเลย คดีนี้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29
7. คดีหมายเลขดำที่ 1452/2544 กองทุนรวมไทยรีสตรัคเจอริ่ง โจทก์ นายพินิจ จันทวสุ จำเลย คดีนี้จำเลยเป็นผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 มาตรา 30 และ มาตรา 48
8. คดีหมายเลขดำที่ 3689/2544 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางรัชนี ซอโสตถิกุล ที่ 1 และนายเกริกชัย ซอโสตถิกุล ที่ 2 จำเลย คดีนี้จำเลย ทั้งสองเป็นผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 ขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 มาตรา 30 และ มาตรา 48
ศาลแพ่งส่งคำโต้แย้งของจำเลยซึ่งเป็นผู้ร้อง จำนวน 1 คำร้อง คือ คดีหมายเลขดำ ที่ 8304/2543 กองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอล โจทก์ นายมนตรี เอกรินทรากุล จำเลย คดีนี้จำเลยเป็นผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงินทั้งสองฉบับ ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา 29
ศาลจังหวัดสมุทรสาครส่งคำโต้แย้งของจำเลยซึ่งเป็นผู้ร้อง จำนวน 1 คำร้อง คือ คดีหมายเลขดำที่ 1147/2544 กองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอล โจทก์ นางสาวเพียงใจ ชื่นชูผล ที่ 1 นายบุญ รุ่งแสงรัตนกุล ที่ 2 จำเลย คดีนี้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ร้องโต้แย้งว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงินทั้งสองฉบับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29
คำร้องทั้ง 10 คำร้อง ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่ง และศาลจังหวัดสมุทรสาคร ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยมีข้อเท็จจริงทำนองเดียวกัน สรุปว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อสินทรัพย์สินเชื่อธุรกิจ รวมทั้งสิทธิเรียกร้องของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามคำสั่ง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เดิมของจำเลย จากองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการขายทรัพย์สินเพื่อการชำระบัญชีของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 และพระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ต่อมาโจทก์ได้มีหนังสือ บอกกล่าวการรับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้สินของจำเลยจากบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ดังกล่าว และทวงถามไปยังจำเลยให้ชำระหนี้ภายในกำหนด ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์ จึงฟ้องให้จำเลยชำระหนี้
จำเลยให้การโต้แย้งและขอให้ศาลส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสรุปว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 และพระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ ปรส. ขายมูลหนี้ของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เดิมของจำเลยให้แก่โจทก์ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยคำร้องทั้ง 10 คำร้อง ไม่ได้ระบุบทบัญญัติ มาตรา ของพระราชกำหนดดังกล่าว ที่อ้างว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า คำร้องทั้ง 10 คำร้อง มีประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยเป็นอย่างเดียวกัน จึงให้รวมพิจารณาเข้าด้วยกัน
คำร้องทั้ง 10 คำร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 จึงมีประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาเบื้องต้นว่า คำร้องทั้ง 10 คำร้อง ดังกล่าวที่ไม่ได้ระบุ มาตรา ของพระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน ฯ ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั้น เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 หรือไม่
รัฐธรรมนูญ มาตรา 264 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่ง กฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วย บทบัญญัติ มาตรา 6 และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาล รอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว และส่งความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการเพื่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้ พิจารณาวินิจฉัย"
พิจารณาแล้วเห็นว่า การโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดี ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ อันต้องด้วยบทบัญญัติ มาตรา 6 และขอให้ศาลส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 วรรคหนึ่ง นั้น จะต้องระบุว่า บทบัญญัติ มาตรา ของกฎหมาย ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ตามคำร้องทั้ง 10 คำร้อง ผู้ร้องอ้างเพียงว่า พระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน ฯ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตราต่าง ๆ โดยไม่ระบุว่า บทบัญญัติ มาตรา ของพระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน ฯ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ อันต้องด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 และคำร้องดังกล่าวไม่มีข้อความชัดเจนพอที่ทำให้เข้าใจได้ว่า บทบัญญัติ มาตรา ของพระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน ฯ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ คำร้องทั้ง 10 คำร้อง ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 264
อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงให้ยกคำร้อง


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายปรีชา เฉลิมวณิชย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์ ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอมร รักษาสัตย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update