กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 7/2544
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544
เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคแนวร่วมเกษตรกร


นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ยื่นคำร้อง ลงวันที่ 29 มกราคม 2544 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคแนวร่วมเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องสรุปได้ว่า นายทะเบียนพรรคการเมือง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคแนวร่วมเกษตรกรเป็นพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ตั้งแต่ วันที่ 27 กรกฎาคม 2543 ซึ่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติให้พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ใน แต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมือง อย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขาภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง ต่อมาพรรคแนวร่วมเกษตรกรดำเนินกิจการเพื่อให้เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติไว้โดยได้แจ้งต่อ นายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2543 ในเรื่องของการจัดหาสมาชิกพรรค จำนวน หกพันหนึ่งร้อยสี่สิบสี่คน และการจัดตั้งสาขาพรรค จำนวนสี่สาขา ซึ่งแต่ละสาขามี คณะกรรมการสาขาพรรคละเจ็ดคน ได้แก่
(1) สาขาพรรค ลำดับที่ 1 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแถลง อำเภอ ห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
(2) สาขาพรรค ลำดับที่ 2 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 789/90 หมู่บ้านการเคหะ ถนน พหลโยธิน ตำบลปากเพรียว อำเภอ เมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี
(3) สาขาพรรค ลำดับที่ 3 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 55/5 หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งตะไคร อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร
(4) สาขาพรรค ลำดับที่ 4 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 10 ตำบลเด่นชัย อำเภอ เด่นชัย จังหวัดแพร่
ปรากฏว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองรับรองการจัดตั้งสาขาพรรคแนวร่วมเกษตรกร เพียงสามสาขาพรรค คือ ลำ ดับที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2543 สำหรับสาขา พรรค ลำดับที่ 3 นายทะเบียนพรรคการเมืองไม่รับรองการจัดตั้งสาขาพรรคแนวร่วมเกษตรกร เนื่องจาก มีกรรมการสามคน คือ รองประธานสาขาพรรค เหรัญญิกสาขาพรรค และโฆษกสาขาพรรค เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามนัยข้อบังคับพรรคแนวร่วมเกษตรกร ข้อ 59 กล่าวคือ เป็นผู้ที่มีที่อยู่ตาม สำเนาทะเบียนราษฎรนอกเขตพื้นที่ของสาขาพรรค ทำให้องค์ประกอบของคณะกรรมการสาขาพรรค ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 31 ที่บัญญัติให้คณะกรรมการสาขาพรรคการเมืองประกอบด้วยประธานสาขาพรรคการเมือง รองประธานสาขาพรรคการเมือง เลขานุการ สาขาพรรคการเมือง รองเลขานุการสาขาพรรคการเมือง เหรัญญิกสาขาพรรคการเมือง โฆษกสาขาพรรคการเมือง และกรรมการอื่นของสาขาพรรคการเมือง ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองได้แจ้งให้พรรคแนวร่วมเกษตรกรทราบ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2543
เมื่อครบกำหนดเวลาภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมือง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการ เมือง คือ ภายในวันที่ 23 มกราคม 2544 ที่พรรคแนวร่วมเกษตรกร จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการ เมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 แต่ปรากฏว่า พรรคแนวร่วมเกษตรกรไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 29 กล่าวคือ ไม่มีสาขาพรรคการเมืองครบสี่สาขา ในสี่ภาค จึงเป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้มีคำสั่งยุบพรรคแนวร่วมเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ดำเนินการ และส่งสำเนาคำร้องดังกล่าว ให้พรรคแนวร่วมเกษตรกรทราบ และให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541
หัวหน้าพรรคแนวร่วมเกษตรกรยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2544 ต่อศาลรัฐธรรมนูญ สรุปได้ว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองแจ้งรับรองการจัดตั้งสาขา พรรคแนวร่วมเกษตรกร ลำดับที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 21 ธัน วาคม 2543 ส่วนสาขาพรรค ลำดับที่ 3 นั้น นายสมชาย ผ่องพูน นางสาวรัตนาภรณ์ หวานใจ และนายอุทัย ขำทิพพาที ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธาน สาขาพรรค เหรัญญิกสาขาพรรค และโฆษกสาขาพรรค ตามลำดับ มีที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านอยู่นอกเขตพื้นที่ของสาขาพรรค กรณีนี้จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามนัย ข้อบังคับพรรคแนวร่วมเกษตรกร ข้อ 59 ทำให้สาขาพรรคดังกล่าวมีองค์ประกอบของ คณะกรรมการสาขาพรรคไม่เป็นไป ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 31 ดังนั้น นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงไม่รับรองการจัดตั้งสาขาพรรค ลำดับที่ 3 พรรคแนวร่วมเกษตรกรได้รับหนังสือแจ้งจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2543 และแจ้งให้สาขาพรรค ลำดับที่ 3 ดำเนินการจัดประชุมเลือกตั้งกรรมการขึ้นมาแทนกรรมการทั้งสามคนที่ขาดคุณสมบัติตามนัยข้อบังคับพรรคแนวร่วม เกษตรกร ข้อ 59 แต่สาขาพรรค ลำดับที่ 3 มิได้แจ้งผลการดำเนินการ เป็นผลให้ไม่สามารถดำเนินการ จัดตั้งสาขาพรรคได้ครบสี่สาขา จึงไม่เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติไว้ เมื่อพรรคแนวร่วมเกษตรกรไม่สามารถปฏิบัติได้ครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงยินดีน้อมรับคำพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง เอกสารประกอบคำร้อง และคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ของพรรคแนวร่วมเกษตรกรแล้ว เห็นว่า มีประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีมีเหตุที่จะสั่ง ยุบพรรคแนวร่วมเกษตรกรตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองหรือไม่
พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้มีคำสั่งยุบพรรคแนวร่วมเกษตรกร เนื่องจากพรรคแนวร่วมเกษตรกรไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ. ศ. 2541 มาตรา 29 ซึ่งบัญญัติว่า "ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มี สมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ใน แต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศ กำหนด และมีสาขาพรรคการเมือง อย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา" และ มาตรา 65 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบ ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้... (5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62" และวรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดมีเหตุตามที่ระบุไว้ใน (1) (2) (3) หรือ (5) ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของนายทะเบียนให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น" เมื่อพรรคแนวร่วมเกษตรกรมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 กรณีจึงมีเหตุที่จะสั่งยุบพรรคแนวร่วมเกษตรกรได้ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5)
โดยเหตุผลดังได้วินิจฉัยข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง สั่งให้ยุบพรรค แนวร่วมเกษตรกร


(นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายปรีชา เฉลิมวณิชย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์ ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอมร รักษาสัตย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update