กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 1/2545
วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2545
เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคถิ่นไทย


นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้อง ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคถิ่นไทย ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
1. ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบคำร้องสรุปได้ว่า
1.1 นายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคถิ่นไทยไว้ในทะเบียนพรรคการเมือง ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2543 พรรคถิ่นไทยจึงเป็นพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นเป็น เวลามากกว่าเก้าสิบวันนับจนถึงวันสิ้นปี พ.ศ. 2543 แต่หัวหน้าพรรคถิ่นไทยไม่ได้จัดทำรายงาน การดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา (พ.ศ. 2543 ) ให้ถูกต้องตามความ เป็นจริง ตามวิธีการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกำหนด และแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 เพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมืองได้ ตาม มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค ถิ่นไทย ตาม มาตรา 65 วรรคสอง
1.2 เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคถิ่นไทยไว้ใน ทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ได้มีการจัดส่งคู่มือการปฏิบัติงานของพรรคการเมือง เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการปฏิบัติงานของพรรคการเมือง คู่มือดังกล่าวมีการระบุรายละเอียดวิธีการในการจัดทำรายงานการ ดำเนินกิจการของพรรคการเมือง พร้อมทั้งโทษไว้อย่างชัดเจน และในคราวประชุมผู้อำนวยการพรรค การเมือง ครั้งที่ 1/2544 วันที่ 9 มีนาคม 2544 ณ อาคารชินวัตร 3 กรุงเทพมหานคร โดยมี นายประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ ผู้อำนวยการพรรค นายคมชาญ หทัยลักษณ์ และนายกิติภณ พงศ์พิทยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการพรรคถิ่นไทย เข้าร่วมประชุมด้วย ได้มีการแจ้งเตือนให้ทราบว่า พรรคการเมืองที่จัดตั้ง ขึ้นไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับถึงสิ้นปีปฏิทิน ต้องรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปี ปฏิทินที่ผ่านมาให้ถูกต้องตามความเป็นจริงตามวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด ต่อมาพรรคถิ่นไทยได้จัดส่ง เอกสารการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2544 วันที่ 28 เมษายน 2544 ให้นายทะเบียนพรรค การเมือง เพื่อแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 33 พร้อมทั้งการรับรองงบการเงินประจำปี 2543 โดยการ รายงานผลงานของกรรมการบริหารพรรคมีหัวข้อตามแบบรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง (แบบ ท.พ. 8) เป็นไปตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกำหนด แต่การดำเนินดังกล่าวได้ดำเนินการ เมื่อเลยเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม 2544 พรรคถิ่นไทยได้ส่งรายงานการ ดำเนินกิจการของพรรคการเมืองตามแบบที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกำหนด เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงใช้เวลาในการตรวจสอบระยะหนึ่งด้วยความรอบคอบ แล้วนำเสนอต่อ นายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองที่ไม่ปฏิบัติ ตาม มาตรา 35 ซึ่งกรณีนี้นายทะเบียนเห็นชอบ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 และนำคำร้อง ส่งศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2544
2. หัวหน้าพรรคถิ่นไทยมีหนังสือลงวันที่ 22 มิถุนายน 2544 ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ สรุปได้ว่า
พรรคถิ่นไทยดำเนินกิจการทางการเมืองมาโดยต่อเนื่อง ได้ส่งรายงานการดำเนินกิจการ ตามความเป็นจริง และเข้าใจโดยสุจริตว่า เอกสารรายงานกิจการของพรรคที่ดำเนินในปี พ.ศ. 2543 และส่งให้ผู้ร้องนั้นถูกต้องและมีรายละเอียดอันเป็นสาระสำคัญตามกฎหมายแล้ว แต่เมื่อทราบภายหลังว่า รายงานการดำเนินกิจการตาม มาตรา 35 ยังไม่สมบูรณ์ จึงเรียบเรียงใหม่ตามแบบส่งให้ผู้ร้องเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2544 การที่ผู้ร้องรับเอกสารโดยไม่มีการทักท้วง แสดงว่าพรรคถิ่นไทยมิได้เจตนาฝ่าฝืน หรือหลีกเลี่ยงการส่งรายงานการดำเนินกิจการของพรรค หากผู้ร้องเห็นว่า พรรคถิ่นไทยดำเนินกิจการ ไม่ถูกต้อง จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน เพื่อให้ศาลมีคำสั่งยุบพรรค โดยผู้ร้อง ต้องทราบว่า พรรคการเมืองใดส่งหรือไม่ส่งรายงานภายในวันที่ 1 เมษายน จึงต้องยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 15 เมษายน การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 คำร้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะขาดอายุความในการดำเนินคดี และเนื่องจากพรรคถิ่นไทย เป็นนิติบุคคล การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอยุบพรรคถิ่นไทย โดยผู้ถูกร้อง คือ นายพิจิตต รัตตกุล จึงเป็นการยื่นคำร้องผิดตัว ด้วยเหตุดังกล่าว จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด ดังนี้
 
    2.1 ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง เนื่องจากผู้ถูกร้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 ครบถ้วนแล้ว
2.2 ขอให้วินิจฉัยว่า คำร้องของผู้ร้องเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 ขาดอายุความในการดำเนินคดี
2.3 ขอให้วินิจฉัยว่า คำร้องของผู้ร้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะยื่นคำร้อง ผิดตัวบุคคล
3. ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินกระบวนพิจารณาโดยการออกนั่งพิจารณา เพื่อรับฟังคำแถลง ของคู่กรณี ดำเนินการสืบพยานตามความจำเป็นแห่งคดี และเปิดโอกาสให้คู่กรณียื่นคำแถลงปิดคดีแล้ว โดยคู่กรณีได้เบิกความซึ่งมีสาระสำคัญเช่นเดียวกับคำร้องและคำชี้แจง ทั้งนี้ ฝ่ายผู้ร้องได้ยื่นพยานเอกสาร รวม 7 ฉบับ (เอกสารหมาย จ 1 ถึง จ 7) ฝ่ายผู้ถูกร้องได้ยื่นพยานเอกสาร รวม 32 ฉบับ (เอกสาร หมาย ล 1 ถึง ล 32)
3.1 ผู้ร้องแถลงสรุปได้ว่า
(1) การรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 หมายความว่า รายงานการดำเนินกิจการระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2543 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2543 โดยมีระยะ เวลาการจัดทำรายงานเริ่มต้นหลังปีปฏิทินที่ผ่านมา คือ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2544 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2544 ส่วนวิธีการจัดทำรายงานให้เป็นไปตามที่นายทะเบียนกำหนด คือ เป็นไปตาม ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง วิธีการรายงานการดำเนินกิจการพรรคการเมือง ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2541 โดยนายทะเบียนต้องนำรายงานดังกล่าวประกาศให้สาธารณชนทราบว่า ในรอบปี ปฏิทินที่ผ่านมาพรรคการเมืองแต่ละพรรคได้ดำเนินกิจการอะไร สาระสำคัญของรายงานดังกล่าวจึงขึ้น อยู่กับเนื้อหาที่เป็นไปตามที่กำหนดในแบบ ท.พ. 8 ดังนั้น กำหนดเวลาที่พรรคการเมืองต้องรายงานกิจการในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา คือ ภายในเดือนมีนาคมของปีปฏิทินถัดไป
(2) เอกสารหมาย ล 1 ถึง ล 8 ซึ่งผู้ถูกร้องอ้างในคราวออกนั่งพิจารณาว่า เป็นการรายงานการดำเนินกิจการของพรรค ตาม มาตรา 35 นั้น ผู้ร้องชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า
เอกสารหมาย ล 1 เรื่องการจัดตั้งพรรคถิ่นไทย เป็นเอกสารประกอบการ ยื่นคำขอจัดตั้งพรรคการเมือง ตาม มาตรา 13
เอกสารหมาย ล 2 เรื่องการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เป็น เอกสารประกอบเพื่อขอให้นายทะเบียนพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคที่ต้อง ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ใน มาตรา 33
เอกสารหมาย ล 3 เรื่องโครงการขอรับการจัดสรรเงินสนับสนุน เป็นการ จัดทำโครงการและแผนงานในการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดตาม มาตรา 58
เอกสารหมาย ล 4 ล 5 และ ล 6 เป็นเอกสารประกอบการขอจัดตั้ง สาขาพรรค ซึ่งหัวหน้าพรรคถิ่นไทยต้องแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบห้าวันนับแต่วัน จัดตั้งสาขาตาม มาตรา 30
เอกสารหมาย ล 7 เรื่องการส่งข้อมูลจำนวนสมาชิกเป็นการรายงาน จำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาตาม มาตรา 34
เอกสารหมาย ล 8 เรื่องการรายงานเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหาร พรรคตาม มาตรา 33
เอกสารหมาย ล 9 เป็นการจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรค การเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาตามความหมายและองค์ประกอบของความใน มาตรา 35 แต่ผู้ถูกร้อง ได้ยื่นเอกสารตามแบบ ท.พ. 8 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2544
(3) การที่ผู้ถูกร้องยื่นแบบรายงานการดำเนินกิจการของพรรคถิ่นไทยตามแบบ ท.พ. 8 ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2544 ซึ่งล่วงเลยเวลาเดือนมีนาคม ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ดังนั้นผู้ถูกร้องจึงไม่อาจที่จะอ้างเอาประโยชน์ใด ๆ จากความไม่ถูกต้องเช่นนี้ ได้อีก แต่ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของพรรคการเมือง ได้รับไว้นั้น เพื่อประมวลนำเสนอนายทะเบียนพรรคการเมือง ตาม มาตรา 6 วรรคสอง เพื่อให้นายทะเบียน พรรคการเมืองพิจารณาดำเนินการกับทุกพรรคการเมืองที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การที่เจ้าหน้าที่สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งรับเรื่องดังกล่าวไว้ จึงไม่ใช่เป็นการรับเรื่องในฐานะผู้มีอำนาจทำการแทน นายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองรับทราบในวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 จึงถือว่าวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 เป็นวันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง
(4) พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 20 วรรคสอง บัญญัติให้หัวหน้าพรรคการเมืองเป็นผู้แทนของพรรคการเมืองในกิจการอันเกี่ยวกับ บุคคลภายนอก ดังนั้น คำร้องขอให้ยุบพรรคถิ่นไทยที่นายทะเบียนพรรคการเมืองระบุชื่อนายพิจิตต รัตตกุล หัวหน้าพรรคถิ่นไทย ผู้ถูกร้องนั้น ย่อมมีความหมายเป็นที่แจ้งชัดว่า ร้องนายพิจิตต รัตตกุล ในฐานะ เป็นหัวหน้าพรรคถิ่นไทย ซึ่งเป็นไปตามความใน มาตรา 35 ที่กำหนดให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้มีหน้าที่ จัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคถิ่นไทยและแจ้งให้นายทะเบียนทราบ จึงเป็นไปโดยถูกต้องตาม กฎหมายไม่ทำให้ผู้ถูกร้องหลงต่อสู้แต่อย่างใด
3.2 ผู้ถูกร้องแถลงสรุปได้ว่า
(1) ผู้ถูกร้องได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างต่อเนื่อง และได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ภายใต้คำแนะนำของผู้ร้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้ความ ร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและได้รายงานกิจการต่าง ๆ รวม 8 ครั้ง ภายในเดือนมีนาคม 2544 ตามที่กฎหมายกำหนด ปรากฏตามเอกสารหมาย ล 1 ถึง ล 8 ซึ่งผู้ร้องได้รับไว้ และได้ ตอบรับเอกสารดังกล่าวแล้ว โดยมีสาระสำคัญถูกต้องตามเป็นจริงตามนัยของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 เมื่อผู้ร้องมิได้ทักท้วง จึงทำให้ผู้ถูกร้อง เข้าใจโดยสุจริตว่า ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายและวิธีการที่นายทะเบียนกำหนดแล้ว
(2) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2544 เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกร้องได้รับการ ประสานงานจากเจ้าหน้าที่ของผู้ร้องซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ร้องว่า เอกสารของพรรคตามหมาย ล 1 ถึง ล 8 ที่ได้ยื่นภายในเดือนมีนาคม 2544 นั้น ยังไม่เรียบร้อยขอให้ดำเนินการให้เรียบร้อย ผู้ถูกร้อง จึงตรวจสอบเอกสารที่ยื่นไปแล้วพบว่า เอกสารดังกล่าวมีสาระสำคัญครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด แต่มิได้แยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน จึงได้นำสาระสำคัญจากเอกสารตามหมาย ล 1 ถึง ล 8 เรียบเรียง เสียใหม่ให้ครบถ้วนเป็นหมวดหมู่แล้วส่งมอบให้กับผู้ร้องเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2544 โดยผู้ร้อง ได้รับไว้ถูกต้องแล้ว อีกทั้งรับว่า เป็นเอกสารรายงานการดำเนินกิจการของพรรคตามที่กฎหมายกำหนด ปรากฏตามเอกสารหมาย ล 9
(3) การยื่นคำร้องของผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคของผู้ถูกร้อง ล่วงเลยระยะเวลา 15 วัน ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) และวรรคสอง และเป็นการยื่นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยความเป็นจริง ในทางปฏิบัติ ผู้ร้องย่อมทราบทุกระยะแล้วว่า ความได้ปรากฏต่อผู้ร้องว่า มีการจัดส่งหรือไม่ได้จัดส่ง รายงานการดำเนินกิจการของผู้ถูกร้อง ตามเอกสารหมาย ล 19 โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2544 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2544 และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2544 การที่ผู้ร้องอ้างว่า ความเพิ่งปรากฏแก่ผู้ร้องในวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 และผู้ร้องใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง โดยยื่นคำร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 จึงยังอยู่ในระยะเวลา 15 วัน ตามที่กฎหมายกำหนดนั้น ผู้ถูกร้องเห็นว่าฟังไม่ขึ้น
(4) การยื่นคำร้องของผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคของผู้ถูกร้องนั้น เป็นคำร้องที่ขัดต่อพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 19 และ มาตรา 20 วรรคสอง เพราะเป็นคำร้องที่ร้องผิดตัวบุคคล ซึ่งในคำร้องดังกล่าวช่องคู่ความระหว่าง นายธีรศักดิ์ กรรณสูต ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (นายทะเบียนพรรคการเมือง) ผู้ร้อง กับนายพิจิตต รัตตกุล ผู้ถูกร้อง ซึ่งเป็นคู่ความในคดี โดยที่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 19 บัญญัติให้พรรคการเมืองที่นายทะเบียนจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองแล้ว เป็นนิติบุคคล พรรคถิ่นไทยได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองเมื่อ วันที่ 24 สิงหาคม 2543 ดังนั้นพรรคถิ่นไทยจึงเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 20 วรรคสอง ให้หัวหน้าพรรคการเมืองเป็นเพียงผู้แทนของพรรค การเมืองเท่านั้น คำร้องของผู้ร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคผู้ถูกร้อง ตามคำร้อง ฉบับลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 นั้น เป็นคำร้องกล่าวหาผิดตัวบุคคลอันเป็นองค์ประกอบในข้อสาระสำคัญ จึงเป็นคำร้องที่ขัดต่อกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 19 และ มาตรา 20 วรรคสอง
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม พร้อมเอกสารประกอบและคำแถลง ของผู้ร้อง คำชี้แจง พร้อมเอกสารประกอบคำชี้แจงและคำแถลงของผู้ถูกร้อง รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ได้จาก การออกนั่งพิจารณาแล้วมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัย 3 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่หนึ่ง กรณีมีเหตุที่จะสั่งให้ยุบพรรคถิ่นไทยตามคำร้องของนายทะเบียนพรรค การเมือง หรือไม่
ประเด็นที่สอง คำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองมีปัญหาเรื่องอายุความ หรือไม่
ประเด็นที่สาม คำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองเป็นคำร้องที่ร้องผิดตัว หรือไม่
พิจารณาแล้วมีปัญหาเบื้องต้นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยในประเด็นที่สองและประเด็นที่สาม ก่อนว่า คำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองมีปัญหาเรื่องอายุความ และเป็นคำร้องที่ร้องผิดตัว หรือไม่
พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) บัญญัติว่า "พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้… (5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62" และ วรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า พรรคการเมืองใดมีเหตุตามที่ระบุไว้ใน (1) (2) (3) หรือ (5) ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อ นายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้อง ของนายทะเบียน ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น"
กรณีตามประเด็นที่สองที่ผู้ถูกร้องอ้างว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 คำร้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะขาดอายุความในการดำเนินคดี นั้น พิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้ถูกร้องยื่นรายงานการดำเนินกิจการของพรรค ตามวิธีการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกำหนด เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2544 และข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบและลง ลายมือชื่อในคำร้อง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 โดยยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2544 จึงเป็นการยื่นคำร้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อ นายทะเบียนตามที่ มาตรา 65 วรรคสอง บัญญัติไว้ คำร้องของผู้ร้องจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว และ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องอายุความหรือไม่
ส่วนกรณีตามประเด็นที่สามที่ผู้ถูกร้องอ้างว่า คำร้องของผู้ร้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะ ยื่นคำร้องผิดตัวบุคคลนั้น พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 19 บัญญัติว่า "ให้พรรคการเมืองที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองแล้วเป็น นิติบุคคล" และ มาตรา 20 วรรคสอง บัญญัติว่า "ให้หัวหน้าพรรคการเมืองเป็นผู้แทนของพรรคการเมืองในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้หัวหน้าพรรคการเมืองจะมอบหมายเป็นหนังสือให้กรรมการบริหารคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้"
พิจารณาแล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 35 บัญญัติให้หัวหน้าพรรคการเมือง จัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ตามวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด และแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ดังนั้น การที่ผู้ร้องระบุชื่อหัวหน้าพรรคถิ่นไทย ซึ่งเป็นผู้แทนของพรรคการเมืองว่าเป็นผู้ถูกร้อง จึงเป็นการ ถูกต้องตามที่พระราชบัญญัติ ฯ มาตรา 20 และ มาตรา 35 บัญญัติไว้แล้ว
ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยต่อไปในประเด็นที่หนึ่งมีว่า กรณีมีเหตุที่จะ สั่งให้ยุบพรรคถิ่นไทยตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือไม่
พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 บัญญัติว่า "ให้หัวหน้าพรรคการเมืองจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทิน ที่ผ่านมาให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ตามวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด และแจ้งให้นายทะเบียนทราบ ภายในเดือนมีนาคมของทุกปีเพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบ เว้นแต่พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นยังไม่ถึง เก้าสิบวันนับจนถึงวันสิ้นปีปฏิทิน"
พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ มีคำสั่งยุบพรรคถิ่นไทย เนื่องจากพรรคถิ่นไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 กล่าวคือ เมื่อพ้นกำหนดเวลาเดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 แล้ว พรรคถิ่นไทยไม่ได้จัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ตามวิธีการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกำหนด ที่พรรคถิ่นไทยอ้างว่า ได้ส่งรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองตามเอกสารหมาย ล 1 ถึง ล 8 และอ้างว่า เมื่อได้ รับแจ้งจากนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าไม่เรียบร้อย ก็ได้จัดการแก้ไขจัดหมวดหมู่เสียใหม่ แล้วยื่นอีก เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2544 นั้น เห็นว่า รายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองที่ผู้ถูกร้อง ต้องทำ จะต้องเป็นไปตามวิธีการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกำหนด โดยนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้กำหนดแบบ ท.พ. 8 เพื่อให้พรรคการเมืองใช้รายงานการดำเนินกิจการของพรรคโดยแบบ ท.พ. 8 ดังกล่าวมีหัวข้อดังนี้
1) การดำเนินกิจการเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายพรรค
2) การประชุมต่าง ๆ ตามข้อบังคับพรรค
3) การดำเนินกิจการของพรรคการเมืองตามบทบัญญัติของกฎหมาย
4) การให้ ความรู้ในทางการเมืองและเรื่องอื่น ๆ แก่สมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป
5) สถานะทางการเงินของ พรรคในรอบปีที่รายงาน
6) ทรัพย์สินและหนี้สินของพรรค
7) การดำเนินกิจการอื่นๆ ของพรรค
ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เอกสารหมาย ล 1 ถึงเอกสารหมาย ล 8 ที่พรรคถิ่นไทยอ้างว่าส่งให้ นายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว คือ เอกสารหมาย ล 1 เรื่องการจัดตั้งพรรคถิ่นไทย ส่งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2543 เอกสารหมาย ล 2 เรื่องการประชุมกรรมการบริหารพรรค ส่งเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2543 เอกสารหมาย ล 3 เรื่องโครงการขอรับการจัดสรรเงินสนับสนุน ส่งเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2543 เอกสารหมาย ล 4 เรื่องรายงานการประชุมกรรมการบริหารพรรค และการจัดตั้งสาขา พรรค 5 สาขา ส่งเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2543 เอกสารหมาย ล 5 เรื่องรายงานการประชุม กรรมการบริหารพรรค และการจัดตั้งสาขาพรรค 2 สาขา ส่งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2543 เอกสาร หมาย ล 6 เรื่องรายงานการประชุมกรรมการบริหารพรรค และการจัดตั้งสาขาพรรค 1 สาขา ส่งเมื่อ วันที่ 5 มกราคม 2544 เอกสารหมาย ล 7 เรื่องการส่งข้อมูลจำนวนสมาชิกพรรค ส่งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544 เอกสารหมาย ล 8 เรื่องการประชุมกรรมการบริหารพรรค ส่งเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2544
พิจารณาแล้วเห็นว่า เอกสารหมาย ล 1 ถึงเอกสารหมาย ล 8 มีสาระสำคัญ คือ เอกสารหมาย ล 1 เป็นเอกสารประกอบการยื่นคำขอจัดตั้งพรรคการเมืองตาม มาตรา 13 เอกสารหมาย ล 2 และเอกสารหมาย ล 8 เป็นเอกสารประกอบเพื่อขอให้นายทะเบียนพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนแปลง คณะกรรมการบริหารพรรค ตาม มาตรา 33 เอกสารหมาย ล 3 เป็นเอกสารเรื่องการขอรับการจัดสรร เงินสนับสนุนพรรค ตาม มาตรา 58 เอกสารหมาย ล 4 ถึง ล 6 เป็นเอกสารประกอบการจัดตั้งสาขา พรรค ซึ่งต้องแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบห้าวันนับแต่วันจัดตั้งสาขา ตาม มาตรา 30 เอกสารหมาย ล 7 เป็นรายงานจำนวนสมาชิกตาม มาตรา 34 เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ผู้ถูกร้องต้อง ยื่นตามกฎหมายในเรื่องนั้น ๆ อยู่แล้ว และมิได้มีสาระสำคัญเป็นรายงานการดำเนินกิจการของพรรค การเมืองตามวิธีการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองประกาศกำหนด ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 ประกอบกับพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบังคับที่ให้ พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องดำเนินการจัดส่งรายงานการดำเนินกิจการของพรรคตามวิธีการที่นายทะเบียน กำหนดภายในสิ้นเดือนมีนาคมของทุกปี การที่ผู้ถูกร้องส่งรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ตามวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด (แบบ ท.พ. 8) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2544 ซึ่งเลยกำหนดเวลา ตามกฎหมายแล้ว ผู้ถูกร้องจะอ้างว่า เข้าใจโดยสุจริตว่าได้มีการยื่นแบบรายงานการดำเนินกิจการของ พรรคการเมืองโดยถูกต้องแล้วหาได้ไม่ เมื่อผู้ถูกร้องไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 กรณีจึงมีเหตุที่สั่งยุบพรรคถิ่นไทย ได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5)
โดยเหตุดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 11 ต่อ 2 เสียง จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง สั่งให้ยุบพรรคถิ่นไทย


(นายกระมล ทองธรรมชาติ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายปรีชา เฉลิมวณิชย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายศักดิ์ เตชาชาญ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอมร รักษาสัตย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update