กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 42/2545
วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2545
เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคโบราณรักษ์


นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องลงวันที่ 30 เมษายน 2545 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคโบราณรักษ์ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องสรุปได้ว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคโบราณรักษ์เป็นพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2544 ซึ่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติว่า "ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิก ตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชี รายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา"
ตามทะเบียนสมาชิกพรรคโบราณรักษ์มีสมาชิก 5,671 คน แต่จากการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพบว่า มีสมาชิกกิตติมศักดิ์ 2,950 คน ที่พรรคโบราณรักษ์อ้างว่า เป็นสมาชิกของพรรคที่รวมอยู่ในจำนวน 5,671 คน นั้นด้วย โดยไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกของพรรค เพียงพรรคโบราณรักษ์มีหนังสือส่งไปรษณีย์เชื้อเชิญบุคคลเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ภายหลังได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการรับสมาชิกพรรคและทะเบียนสมาชิกพรรค (แบบ ท.พ. 4) ประเภทกิตติมศักดิ์ ที่พรรคโบราณรักษ์จัดส่งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่า คำชี้แจง ของพรรคโบราณรักษ์ไม่สามารถ ยืนยันได้ว่า การแสดงเจตนาของพรรคที่ได้เชิญผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 2,950 คน เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ พรรคโบราณรักษ์นั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนาหรือไม่ และผู้ที่ได้รับเชิญเป็นสมาชิกพรรคได้รับทราบ และ ไม่คัดค้านหรือไม่ การที่พรรคโบราณรักษ์นำรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่พรรคโบราณรักษ์ส่งหนังสือ เชิญทั้ง 2,950 คน เสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อมีมติรับเป็นสมาชิกพรรคประเภท กิตติมศักดิ์ โดยมีเพียงหลักฐานการส่งหนังสือและเชื่อว่าได้รับหนังสือแล้ว เนื่องจากไปรษณีย์ไม่ส่งคืน และไม่มีผู้คัดค้านกรณีดังกล่าว พรรคโบราณรักษ์ได้กล่าวอ้างขึ้นเองเพื่อถือเอาประโยชน์ ผู้ได้รับเชิญ 2,950 คน จึงยังไม่เป็นสมาชิกพรรคโบราณรักษ์ตามข้อบังคับพรรคโบราณรักษ์ พ.ศ. 2544 ข้อ 35 เมื่อสมาชิกพรรคมีไม่ครบห้าพันคน จึงไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 เป็นเหตุให้ยุบพรรค ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5)
 
    ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ดำเนินการและรับไว้พิจารณาวินิจฉัย และสำเนา คำร้องให้พรรคโบราณรักษ์ เพื่อยื่นคำชี้แจงตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541 ข้อ 10
หัวหน้าพรรคโบราณรักษ์ (นายมีเดช น้ำบุน) ได้ยื่นคำชี้แจง ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2545 และคำชี้แจงเพิ่มเติม ลงวันที่ 21 มิถุนายน และ 9 กรกฎาคม 2545 ต่อศาลรัฐธรรมนูญ สรุปได้ว่า
1. พรรคโบราณรักษ์ได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรค เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2544 และได้ประกาศนโยบายและข้อบังคับ พรรคโบราณรักษ์ พ.ศ. 2544 ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2544
2. นายทะเบียนพรรคการเมืองมิใช่ผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากแต่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเท่านั้น การชี้ขาดปัญหา ข้อโต้แย้งใด ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ย่อมเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และในการตรวจสอบ ควบคุม และรับจดแจ้ง การจัดตั้งพรรคการเมือง จึงต้องควบคุมและตรวจสอบโดยอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้มีอำนาจกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
3. ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งที่ 1/2545 วันที่ 20 มกราคม 2544 ได้มีมติอนุมัติรับสมาชิกสามัญแห่งพรรคโบราณรักษ์และสมาชิกกิตติมศักดิ์แห่งพรรค โบราณรักษ์จนครบ ทั้งนี้ พรรคโบราณรักษ์ได้รายงานให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ
4. นายทะเบียนพรรคการเมืองใช้อำนาจทางธุรการโดยไม่ชอบ โดยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มิได้นำปัญหาข้อโต้แย้งระหว่างนายทะเบียนพรรคการเมืองกับพรรคโบราณรักษ์ เข้าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยชี้ขาด นายทะเบียนพรรคการเมืองได้อาศัยอำนาจเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้ แย้งว่า พรรคโบราณรักษ์ มีสมาชิกไม่ครบจำนวนห้าพันคน ตามกฎหมายและมีหนังสือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรค กรณีจึงไม่พ้องด้วยเหตุ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง และนายทะเบียนพรรคการเมืองมิได้เป็นผู้แทนสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจนำคดีมาร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 นอกจากนี้ พรรคโบราณรักษ์ยังได้ร้องโต้แย้งว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง วินิจฉัยข้อโต้แย้งระหว่างพรรคโบราณรักษ์กับนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการอนุมัติ รับสมาชิกกิตติมศักดิ์ของพรรค ตามอำนาจหน้าที่ มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติและใช้ดุลพินิจไม่ถูกต้อง เป็นข้อพิพาทกับพรรคโบราณรักษ์โดยพฤติการณ์ตาม มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ มาตรา 9 วรรคสอง (3) แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
พรรคโบราณรักษ์จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ดังนี้
(1) ให้ยกคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง
(2) สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือนายทะเบียนพรรคการเมือง รับจดแจ้งทะเบียนสมาชิกพรรคทั้งประเภทสามัญและ ประเภทกิตติมศักดิ์
นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ชี้แจงเพิ่มเติมตามหนังสือ ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2545 สรุปได้ว่า
1. ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 6 บัญญัติให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 และ มาตรา 65 วรรคสอง บัญญัติว่า เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า พรรคการเมืองใดมีเหตุตามที่ระบุไว้ใน (1) มีเหตุ ต้องเลิกตามข้อบังคับพรรคการเมือง (2) มีจำนวนสมาชิกเหลือไม่ถึงสิบห้าคน (3) มีการยุบพรรค การเมืองไปรวมกับ พรรคการเมืองอื่นตามหมวด 5 (4) มีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมือง (5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62 ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของ นายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ซึ่งข้อเท็จจริงตามคำร้องนี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้มีคำสั่งยุบพรรคโบราณรักษ์ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง กรณีมิใช่ปัญหา ข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 และมิใช่กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 266
2. ข้อโต้แย้งของพรรคโบราณรักษ์ที่ว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัย ข้อโต้แย้งระหว่างพรรคโบราณรักษ์กับนายทะเบียนพรรคการเมือง เกี่ยวกับการอนุมัติรับสมาชิกพรรค ประเภทกิตติมศักดิ์ของพรรคโบราณรักษ์ตามอำนาจหน้าที่ มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติและใช้ดุลพินิจ ไม่ถูกต้อง เป็นข้อพิพาท กับพรรคโบราณรักษ์ โดยพฤติการณ์ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 นั้น นายทะเบียนพรรคการเมืองชี้แจงว่า สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาการรับสมาชิกพรรคโบราณรักษ์ประเภทสมาชิกกิตติมศักดิ์ 2,950 คน ตามข้อเท็จจริงประกอบคำชี้แจงของพรรคโบราณรักษ์แล้วเห็นว่า การดำเนินการของพรรคโบราณรักษ์ ไม่เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค ไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานของรัฐกระทำการโดย ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการกับพรรค การเมืองที่ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ที่มีเหตุ ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 65 วรรคหนึ่ง โดยยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้มีคำสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น ๆ ตาม มาตรา 65 วรรคสอง อย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องพร้อมเอกสารประกอบคำชี้แจงเพิ่มเติมของนายทะเบียนพรรคการเมือง และหนังสือชี้แจงของพรรคโบราณรักษ์แล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอ ที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว มีประเด็นต้อง พิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีมีเหตุที่จะสั่งให้ยุบพรรคโบราณรักษ์ตาม คำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือไม่
พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) บัญญัติว่า "พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ .... (5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62" และวรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดมีเหตุตามที่ระบุไว้ใน (1) (2) (3) หรือ (5) ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏ ต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของนายทะเบียนให้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น"
พิจารณาประเด็นตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคโบราณรักษ์ เนื่องจากพรรคโบราณรักษ์ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 แล้ว เห็นว่า การเป็นสมาชิก พรรคการเมืองก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่หลายประการ โดยการเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องเป็น ไปด้วยความสมัครใจ และแสดงเจตนาเข้าเป็นสมาชิกพรรคโดยชัดแจ้ง เพื่อทางพรรคจะได้รวบรวม รายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองต่อไป
การที่พรรคโบราณรักษ์กำหนดในข้อบังคับของพรรคในข้อ 34 ว่า "สมาชิกพรรคโบราณรักษ์แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ (1) สมาชิกกิตติมศักดิ์และสมาชิกสามัญ" และข้อ 35 ระบุว่า "สมาชิกกิตติมศักดิ์ คือ บุคคลผู้ซึ่งมีคุณวุฒิพิเศษหรือมีลักษณะพิเศษ ในทางวุฒิการศึกษา มีหรืออาจมี อุปการะคุณต่อพรรคที่คณะกรรมการบริหารพรรคเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ เมื่อคณะกรรมการบริหาร พรรคได้มีมติเชิญผู้ใดให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้หัวหน้าพรรคมีหนังสือเชิญทางไปรษณีย์ เมื่อไม่มีผู้ใดคัดค้านภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวมีสมาชิกภาพและให้ลงทะเบียน แยกประเภทสมาชิกไว้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของพรรค ฯ สมาชิกกิตติมศักดิ์ต้องเป็นบุคคลซึ่งมี คุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 36 ด้วย" และข้อ 35 ที่กำหนดว่า ให้หัวหน้าพรรคมีหนังสือเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ทางไปรษณีย์ เมื่อไม่มีผู้ใดคัดค้านภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือ ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวมีสมาชิกภาพและให้ลงทะเบียนแยกประเภทสมาชิกไว้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของพรรค นั้น แต่นายทะเบียนพรรคการเมือง เห็นว่า ข้อบังคับพรรคข้อ 34 และข้อ 35 ในเรื่องการรับสมาชิก กิตติมศักดิ์นั้นขาดการแสดงเจตนาของผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ฯ โดยพรรคโบราณรักษ์ส่งหนังสือ เชิญบุคคลเข้าเป็นสมาชิกพรรคแล้วไม่มีผู้ใดตอบกลับมา ย่อมถือไม่ได้ว่าผู้ที่ไม่ตอบรับเป็นสมาชิกพรรค แม้พรรคโบราณรักษ์จะให้ลงทะเบียนแยกประเภทสมาชิกไว้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของพรรค ฯ ก็ตาม
พิจารณาแล้วเห็นว่า การเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ และแสดงเจตนาเข้าเป็นสมาชิกพรรคโดยชัดแจ้ง ซึ่งตามข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามคำชี้แจงของพรรคโบราณรักษ์ว่า พรรคโบราณรักษ์ได้เชื้อเชิญบุคคลในท้องที่อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 2,950 คน เข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของพรรค แต่ไม่ปรากฏว่า ผู้ถูกเชื้อเชิญได้แสดงเจตนาสมัคร เข้าเป็นสมาชิกพรรค จึงไม่อาจถือว่า บุคคลดังกล่าวเป็นสมาชิกพรรคตามความหมายที่กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 ดังนั้นเมื่อหักจำนวน 2,950 คน ออกจากยอดสมาชิกพรรคแล้ว เท่ากับพรรคโบราณรักษ์มีสมาชิกพรรคไม่ครบจำนวน ตามที่กฎหมายกำหนด จึงฟังได้ว่า ภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2544 ซึ่งเป็นวันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคโบราณรักษ์ พรรคโบราณรักษ์ไม่ดำเนินการให้มีสมาชิกพรรคตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป กรณีมีเหตุที่จะสั่งให้ยุบพรรค ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5)
โดยเหตุดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 14 คน คือ นายกระมล ทองธรรมชาติ นายจิระ บุญพจนสุนทร นายจุมพล ณ สงขลา พลโท จุล อติเรก นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ นายผัน จันทรปาน นายมงคล สระฏัน นายศักดิ์ เตชาชาญ นายสุจิต บุญบงการ นายสุจินดา ยงสุนทร นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ นายอนันต์ เกตุวงศ์ นายอมร รักษาสัตย์ และนายอุระ หวังอ้อมกลาง จึงอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง สั่งให้ยุบพรรค โบราณรักษ์
ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 1 คน คือ นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ ให้ยกคำร้อง


(นายกระมล ทองธรรมชาติ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจิระ บุญพจนสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายปรีชา เฉลิมวณิชย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายศักดิ์ เตชาชาญ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอมร รักษาสัตย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update