กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 43/2545
วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2545
เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคพัฒนาไทย


นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้อง ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2544 ขอให้ศาล รัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพัฒนาไทย ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบคำร้องสรุปได้ว่า นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคพัฒนาไทย เป็นพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติว่า " ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้ง การจัดตั้งพรรคการเมืองพรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิก ตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา " ซึ่งพรรคพัฒนาไทยต้องดำเนินการดังกล่าว ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2544 แต่ปรากฏว่า ภายหลังที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้จดแจ้งการจัดตั้งพรรคพัฒนาไทยแล้ว พรรคพัฒนาไทยได้แจ้งการจัดตั้ง สาขาพรรค เมื่อ วันที่ 6 สิงหาคม 2544 จำนวน 4 สาขา คือ ลำดับที่ 1 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 401/40 หมู่ที่ 3 ตำบลอรัญญิก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ลำดับที่ 2 ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย ลำดับที่ 3 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 59/8 หมู่ที่ 7 ถนนรามคำแหง แขวงมีนบุรี เขต มีนบุรี กรุงเทพมหานคร และลำดับที่ 4 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ที่ 6 ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบหนังสือแจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคและหลักฐานประกอบแล้ว ได้ให้หัวหน้าพรรคพัฒนาไทยชี้แจงและยืนยันข้อเท็จจริงบางประเด็น และส่งเอกสารเพิ่มเติม พร้อมกับให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร พิษณุโลก หนองคาย และตรัง สอบสวนข้อเท็จจริงประกอบเพิ่มเติมแล้ว นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงพิจารณา ไม่รับรองการจัดตั้งสาขาพรรคพัฒนาไทยทั้งสี่สาขาดังกล่าว ยังผลให้เมื่อครบกำหนดเวลาภายใน หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรค คือ ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2544 พรรคพัฒนาไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 คือ ไม่มีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคพัฒนาไทย ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
 
    ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ดำเนินการและให้รับไว้พิจารณาวินิจฉัยต่อไป พร้อมทั้งส่งสำเนาคำร้องให้พรรคพัฒนาไทย เพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541
พรรคพัฒนาไทยโดยนายสุวรรณ ไหมศรีกรด หัวหน้าพรรคยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2544 สรุปได้ว่า กรณีผู้เข้าร่วมประชุมใหญ่สาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค มีชื่อ - สกุล แตกต่างกันแต่ลายมือชื่อไม่ แตกต่างกัน นั้น พรรคพัฒนาไทย มอบหมายให้เลขาธิการพรรคเป็นผู้ตรวจสอบลายมือชื่อของผู้เข้าร่วมประชุมใหญ่สาขาพรรคและได้รับการยืนยันว่า การจัดส่งเอกสารจากคณะผู้จัดตั้งสาขาพรรคมายังพรรคนั้น ครบถ้วนถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย ส่วนลายมือชื่อจะแตกต่างกัน หรือไม่ อย่างไร พรรคพัฒนาไทยไม่สามารถรู้ได้
ตามรายงานการประชุมเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค ลำดับที่ 2 ที่ระบุว่า นายจันไท กุดแถลง ได้รับเลือกเป็น รองเลขานุการสาขาพรรค แต่ในบัญชีรายชื่อคณะกรรมการสาขาพรรค (ท.พ. 3) ระบุว่า นายชัชวาลย์ เพ็งชัย ซึ่งไม่ปรากฏรายชื่อในรายงานการประชุม เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นรองเลขานุการพรรค นั้น เนื่องจากเดิมนายจันไท กุดแถลง ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรองเลขานุการ สาขาพรรค แต่ปรากฏว่า บัตรประจำตัวประชาชนของนายจันไท กุดแถลง ขาดอายุ มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนในวันประชุมเลือกตั้ง จึงได้เสนอชื่อ นายชัชวาลย์ เพ็งชัย ดำรงตำแหน่ง รองเลขานุการสาขาพรรคแทน สาเหตุที่ไม่ปรากฏชื่อนายชัชวาลย์ เพ็งชัย ในรายงานการประชุมเพราะบกพร่องในการพิมพ์ ไม่มีเจตนาปิดบังให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด และการที่ไม่ได้ชี้แจงประเด็นนี้ต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะตามเอกสารที่พรรคได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งซึ่งส่งทางโทรสาร ไม่มีข้อความที่ขอให้ชี้แจงแต่อย่างใด
การที่รายงานการประชุมเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคลำดับที่ 3 และลำดับที่ 4 ปรากฏชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น กรรมการสาขาพรรค โดยไม่ได้ระบุตำแหน่งของแต่ละบุคคล นั้น เกิดจากการพิมพ์ที่บกพร่องเพียงเล็กน้อย ไม่เจตนาและไม่ใช่สาระสำคัญ จึงควรอนุโลม ให้แก้ไขได้
กรณีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการสาขาพรรคลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3 มีที่อยู่ตาม หลักฐานทะเบียนราษฎรนอกเขตเลือกตั้ง แต่อยู่ภายในจังหวัดอันเป็นสถานที่ตั้งสาขาพรรค เป็นจำนวนมาก นั้น พรรคพัฒนาไทยเข้าใจว่า คำว่า "...ภูมิลำเนาตามหลักฐาน ทะเบียนราษฎรในท้องที่ หรือในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ ..." หมายความว่า มีภูมิลำเนาตามหลักฐานทะเบียนราษฎรในท้องที่ (จังหวัด) ที่จัดตั้งสาขาพรรค
ตามรายงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จังหวัดพิษณุโลก ที่ว่าสมาชิกสาขาพรรคเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ตามข้อบังคับพรรคพัฒนาไทย ข้อ 73 นั้น ได้รับการยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามข้อบังคับพรรคแล้ว ส่วนการรายงานของสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งว่า สมาชิกเข้าร่วมประชุม องค์ประชุมและลายมือชื่อปลอมหรือไม่ คณะกรรมการบริหารพรรคพัฒนาไทยไม่ได้สอบสวนกรณีดังกล่าว
ในส่วนรายงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหนองคาย ที่ว่า สอบสวนสมาชิกจำนวน 6 คน แล้ว ไม่มีการประชุม และไม่ได้ลงลายมือชื่อเข้าร่วมประชุม นั้น ความเป็นจริงการดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคพัฒนาไทย จังหวัดหนองคาย ทางพรรคได้รับเอกสาร การดำเนินการจัดตั้งมาอย่างถูกต้อง หากจะผิดพลาดก็มีการให้ปากคำเพียง 6 คน เท่านั้น ซึ่งข้อกล่าวหาไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟัง
สำหรับรายงานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรังที่ว่า สมาชิกสาขาพรรคได้ให้ปากคำ จำนวน 8 คน มีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการสาขาพรรค 4 คน ให้ปากคำว่า จัดประชุมที่บ้านนายโลม นุวรรณ แต่ในรายงานการประชุมระบุว่า เป็น บ้านนายปรีดี แสงศรีจันทร์ เห็นว่า การให้ปากคำระบุสถานที่ประชุมต่างไปจากรายงานการประชุม ไม่น่าถือเป็นสาระสำคัญ ส่วนประเด็นว่า สมาชิกสาขารู้จัก นายปรีดี แสงศรีจันทร์ ประธานสาขาพรรคหรือไม่ ก็ไม่เป็นสาระสำคัญ
พรรคพัฒนาไทย จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ดังนี้
1. ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งว่า ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันที่นายทะเบียนพรรคการเมือง รับการจดแจ้งการจัดตั้งพรรค พัฒนาไทย คือ ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2544 พรรคพัฒนาไทย มีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29
2. ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งว่า พรรคพัฒนาไทย ไม่มีเหตุยุบพรรค ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5)
3. ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พรรคพัฒนาไทย ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่ง ร้อยแปดสิบวัน นับจากวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง
ต่อมานายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องเพิ่มเติม ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2545 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบ พรรคพัฒนาไทย ตามนัย มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) ของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 เนื่องจากพรรคพัฒนาไทยไม่ดำเนินการ ให้เป็น ไปตาม มาตรา 35 ซึ่งบัญญัติว่า " ให้หัวหน้าพรรคการเมืองจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ตามวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด และแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี เพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบ เว้นแต่พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นยังไม่ถึงเก้าสิบวันนับจนถึงวันสิ้นปีปฏิทิน "
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รับคำร้องเพิ่มเติมของนายทะเบียนพรรคการเมืองไว้ดำเนินการ ตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541 ข้อ 10 และ ให้รับไว้พิจารณาวินิจฉัยต่อไป โดยให้รวมพิจารณาไว้กับสำนวนเดิม และส่งสำเนาคำร้องให้พรรคพัฒนาไทยเพื่อยื่นคำชี้แจงประกอบคำร้องของ นายทะเบียนพรรคการเมือง ( ครั้งที่ 2 ) ตามหนังสือ ที่ให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2545 ที่ให้พรรคพัฒนาไทยทำคำชี้แจง แก้ข้อกล่าวหายื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับหรือถือว่าได้รับหนังสือ โดย ศาลรัฐธรรมนูญได้รับใบตอบรับทางไปรษณีย์ โดยบิดาของนายสุวรรณ ไหมศรีกรด (หัวหน้าพรรค) เป็นผู้ลงนามรับหนังสือ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2545 จนล่วงเลยระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ ข้อกล่าวหาแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้รับคำชี้แจงจากผู้ถูกร้องแต่อย่างใด
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม เอกสารประกอบคำร้อง และหนังสือ ยื่นคำชี้แจงของพรรคพัฒนาไทยแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอที่จะวินิจฉัยประเด็นตามคำร้อง ได้แล้ว มีประเด็นต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีมีเหตุที่จะสั่งให้ยุบพรรคพัฒนาไทย เนื่องจากไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 และ มาตรา 35 ตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือไม่
พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) บัญญัติว่า "พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ...(5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62" และ วรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า พรรคการเมืองใดมีเหตุตามที่ระบุไว้ใน (1) (2) (3) หรือ (5) ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของนายทะเบียน ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ ยุบพรรคการเมืองนั้น"
พิจารณาประเด็นตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคพัฒนาไทย เนื่องจากพรรคพัฒนาไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 แล้วเห็นว่า การดำเนินกิจการในทางการเมืองของพรรคการเมือง นั้น ต้องเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 การที่พรรคพัฒนาไทยอ้างความบกพร่อง ผิดพลาด พลั้งเผลอ ไม่มีเจตนาและการไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของรายละเอียดต่าง ๆ ตาม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมืองให้ชี้แจงว่า เป็นความบกพร่องผิดพลาดที่น่าจะอนุโลมให้แก้ไขได้ นั้น เป็นการชี้แจงและกล่าวอ้างที่ไม่มีเหตุผลให้รับฟังได้ ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีหนังสือแจ้งไม่รับรองการ จัดตั้งสาขาพรรคพัฒนาไทย ลำดับที่ 1 , 2 , 3 และ 4 มีผลให้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคพัฒนาไทย คือ ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2544 พรรคพัฒนาไทยไม่มีสาขาพรรคอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา ถือได้ว่า พรรคพัฒนาไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติไว้ กรณี จึงมีเหตุให้ยุบ พรรคพัฒนาไทยได้ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5)
นอกจากนี้ การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้สั่งยุบพรรคพัฒนาไทย เนื่องจากพรรคพัฒนาไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 พิจารณา แล้วเห็นว่า พรรคพัฒนาไทยเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับการจดแจ้งการจัดตั้ง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544 จึงเป็นพรรคการเมืองที่ จัดตั้งขึ้นเป็นเวลาตั้งแต่เก้าสิบวันขึ้นไป นับจนถึงสิ้นปีปฏิทิน พ.ศ.2544 แล้ว จึงต้องจัดทำรายงาน การดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2544 ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ตามวิธีการที่นายทะเบียน พรรคการเมืองกำหนด และแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ ภายในเดือนมีนาคม 2545 เพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 ดังนั้น เมื่อพ้นกำหนดเวลาเดือนมีนาคม พ.ศ. 2545 แล้ว พรรคพัฒนาไทย เพิกเฉย ไม่นำพาต่อการจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ตามวิธีการที่นายทะเบียนกำหนดและแจ้งให้นายทะเบียนทราบ จึงถือได้ว่า พรรคพัฒนาไทย ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 35 บัญญัติไว้ กรณีจึงมีเหตุให้ยุบพรรคพัฒนาไทยได้ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) อีก กรณีหนึ่ง
โดยเหตุดังได้วินิจฉัยข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ จึงอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง สั่งให้ ยุบพรรคพัฒนาไทย


(นายกระมล ทองธรรมชาติ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจิระ บุญพจนสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายปรีชา เฉลิมวณิชย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายศักดิ์ เตชาชาญ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอมร รักษาสัตย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update