กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 51/2545
วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2545
เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคไทยรวมพลัง


นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้อง ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2545 ขอให้ศาล รัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไทยรวมพลัง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบคำร้องสรุปได้ว่า นายทะเบียนพรรค การเมืองได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคไทยรวมพลังเป็นพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2544 ซึ่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติว่า "ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการ ให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ใน แต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนดและมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา" ซึ่งพรรคไทยรวมพลังต้องดำเนินการดังกล่าว ภายในวันที่ 17 เมษายน 2545 (ที่ถูกต้องคือ ภายในวันที่ 12 เมษายน 2545) แต่ปรากฏว่า ภายหลังที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้จดแจ้งการจัดตั้งพรรคไทยรวมพลังแล้ว พรรคไทยรวมพลังได้แจ้งการจัดตั้ง สาขาพรรค เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2545 จำนวน 4 สาขา คือ
ลำดับที่ 1 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีคณะกรรมการสาขาพรรค จำนวน 12 คน
ลำดับที่ 2 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 1 ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีคณะกรรมการ สาขาพรรค จำนวน 8 คน
ลำดับที่ 3 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 169/2 (ตามแบบ ท.พ. 2 เป็นบ้านเลขที่ 167/2) ถนนสามวิถี ตำบลบ่อยาง อำเภอ เมืองสงขลา จังหวัดสงขลา มีคณะกรรมการสาขาพรรค จำนวน 10 คน
ลำดับที่ 4 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 31/344 หมู่ที่ 4 ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร มีคณะกรรมการ สาขาพรรค จำนวน 9 คน
ในการรับบุคคลเข้าเป็นสมาชิก พรรคไทยรวมพลังได้ส่งทะเบียนสมาชิกพรรค เลขประจำตัว 1 - 5675
ต่อมาวันที่ 17 เมษายน 2545 พรรคไทยรวมพลังมีหนังสือแจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคไทยรวมพลังอีก จำนวน 4 สาขา โดยมีเลขลำดับของสาขาพรรคและมีที่ตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกันกับการแจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคที่ส่งมาให้แล้วเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2545 โดยต่างกันเฉพาะจำนวนคณะกรรมการสาขาพรรค คือ ลำดับที่ 1 มี 9 คน ลดลงจากเดิมจำนวน 3 คน ลำดับที่ 2 มี 9 คน เพิ่มขึ้น จากเดิม 1 คน ลำดับที่ 3 มี 10 คนลดลงจากเดิม 1 คน และลำดับที่ 4 ไม่แตกต่างจากเดิม
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคที่พรรคไทยรวมพลังจัดส่งให้ นายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2545 และวันที่ 17 เมษายน 2545 แล้ว ยังไม่ครบถ้วนถูกต้อง จึงแจ้งให้หัวหน้า พรรคไทยรวมพลัง จัดส่งคำชี้แจงและเอกสารเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2545 หัวหน้าพรรคไทยรวมพลังได้ส่งเอกสารและชี้แจงเพิ่มเติมต่อ นายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2545 และเมื่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วจึงส่งคืนเอกสารดังกล่าว เนื่องจากพรรคได้จัดส่งเอกสารซ้ำซ้อนกับเอกสารการจัดตั้งสาขาพรรคที่ส่งมาให้เมื่อวันที่ 9 เมษายน2545 พร้อมทั้งให้พรรคไทยรวมพลังจัดส่งคำชี้แจงและเอกสารเพิ่มเติม
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการรับสมาชิกพรรคที่พรรคไทยรวมพลังจัดส่งให้ นายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ปรากฏว่า ยังไม่ครบถ้วนถูกต้อง จึงเสนอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองแจ้งให้หัวหน้าพรรคไทยรวมพลังจัดส่งคำชี้แจงและเอกสารเพิ่มเติม คือ (1) ส่งสำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ในคราวประชุมครั้งที่มีมติรับสมัครสมาชิกพรรคทุกครั้ง และลายมือชื่อผู้เข้าร่วม ประชุมครั้งดังกล่าว (2) ส่งใบสมัครของสมาชิกพรรคไทยรวมพลังเรียงตามเลขประจำตัวสมาชิกทุกรายพร้อมเอกสารประกอบใบสมัคร (3) ชี้แจงเพิ่มเติมว่าพรรคไทยรวมพลังได้ดำเนินการรับสมาชิกพรรคเป็นไปตามข้อบังคับพรรคหรือไม่ อย่างไร พร้อมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด และ (4) ส่งทะเบียนสมาชิกพรรค (แบบ ท.พ. 4) ตั้งแต่เลขที่ 1 - 575
พรรคไทยรวมพลังมีหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2545 เพื่อขอเลื่อนเวลาส่งเอกสารเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และการรับสมาชิกพรรค ออกไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2545 และหากการดำเนินการเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร พรรคไทยรวมพลังจะได้พิจารณาดำเนินการในแนวทางที่เหมาะสม ต่อไป วันที่ 16 กรกฎาคม 2545 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงเสนอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองได้เร่งรัดให้หัวหน้าพรรคไทยรวมพลัง ดำเนินการจัดส่งคำชี้แจงและเอกสารเพิ่มเติมไปให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ภายใน 7 วัน เนื่องจากระยะเวลาได้ล่วงเลยมานานพอสมควรแล้ว
วันที่ 26 กรกฎาคม 2545 พรรคไทยรวมพลัง ได้ชี้แจงต่อนายทะเบียนพรรค การเมืองว่า พรรคไทยรวมพลังได้ดำเนินการจัดตั้งและบริหารมาด้วยดี แต่ปรากฏว่า เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นภายในพรรค เช่น กรรมการบริหารพรรค บางส่วนมีความขัดแย้ง กรรมการสาขาพรรคไม่ให้ ความร่วมมือเท่าที่ควร และการดำเนินการด้านเอกสารบางส่วนเกี่ยวกับการรับสมาชิกพรรคและการ จัดตั้งสาขาพรรคไม่อาจกระทำได้ทันตามกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับเป็นสาเหตุที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของพรรค และไม่อาจดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 โดยสมบูรณ์ได้
นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาเห็นว่า พรรคไทยรวมพลังไม่จัดส่งเอกสารและ คำชี้แจงเพิ่มเติม ไม่มีเอกสารหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าการรับสมาชิกพรรคและการจัดตั้งสาขาพรรค ไทยรวมพลังเป็นไปตามข้อบังคับ พรรคไทยรวมพลัง พ.ศ. 2544 กล่าวคือ ไม่ส่งสำเนาใบสมัคร เป็นสมาชิกพรรคและเอกสารประกอบการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ไม่ส่งรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในคราวประชุมที่มีมติให้รับสมาชิกพรรค และไม่ส่งเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่สามารถ พิจารณาได้ว่า พรรคไทยรวมพลังได้ดำเนินการรับสมาชิกพรรคและจัดตั้งสาขาพรรคทั้ง สี่สาขาเป็นไปตามข้อบังคับพรรคหรือไม่ อย่างไร ประกอบกับพรรคไทยรวมพลังได้มีหนังสือรับว่า ไม่สามารถดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 ได้
นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงไม่รับรองการจัดตั้งสาขาพรรคไทยรวมพลัง ลำดับที่ 1 , 2, 3 และ 4 และแจ้งให้พรรคไทยรวมพลังทราบ มีผลให้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรค พรรคไทยรวมพลังไม่ดำเนินการให้มีสมาชิกพรรคตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชี รายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนพรรคการเมืองประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 จึงเป็นเหตุให้ยุบพรรคตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคไทยรวมพลัง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ดำเนินการและให้รับไว้พิจารณาวินิจฉัยต่อไป พร้อมทั้งส่งสำเนาคำร้องให้พรรคไทยรวมพลัง เพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ตามข้อกำหนดศาล รัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2541
พรรคไทยรวมพลัง โดยพลเรือโท นิทัศน์ เพชรน้อย หัวหน้าพรรคไทยรวมพลัง มีหนังสือ ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2545 ชี้แจงต่อ ศาลรัฐธรรมนูญว่า พรรคไทยรวมพลังไม่ปฏิเสธ ข้อกล่าวหา และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด ตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ด้วยความยุติธรรม
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง เอกสารประกอบคำร้อง และคำชี้แจงของหัวหน้าพรรคไทยรวมพลังแล้ว มีประเด็นต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีมีเหตุที่จะสั่งยุบพรรคไทยรวมพลัง ตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือไม่
พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรค ไทยรวมพลัง พรรคไทยรวมพลังต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้อง ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาค ตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา พรรคไทยรวมพลังได้จัดส่งเอกสารการจัดตั้งสาขาพรรค และรายชื่อสมาชิกพรรคภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่เอกสาร หลักฐานเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรค และทะเบียนสมาชิกพรรคไม่ครบถ้วนถูกต้อง นายทะเบียนพรรคการเมืองให้พรรคไทยรวมพลังชี้แจงและส่งเอกสารเพิ่มเติมแล้ว พรรคไทยรวมพลังขอเลื่อนเวลาส่งเอกสารเพิ่มเติมออกไป และจนถึงกำหนดเวลาก็ไม่ได้จัดส่งคำชี้แจงและเอกสารเพิ่มเติม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองจึงได้เร่งรัดให้หัวหน้าพรรคไทยรวมพลัง ดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง
ต่อมา พรรคไทยรวมพลังได้ชี้แจงต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า เกิดปัญหาความ ขัดแย้งขึ้นภายในพรรค กรรมการสาขาพรรคไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ซึ่งเป็นเหตุให้พรรคไม่อาจ ตั้งสาขาได้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และไม่อาจดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 โดยสมบูรณ์ได้ ประกอบกับ พลเรือโท นิทัศน์ เพชรน้อย หัวหน้าพรรคไทยรวมพลังยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่ปฏิเสธข้อกล่าวหาตามคำร้องของ นายทะเบียนพรรคการเมือง จึงฟังเป็นที่ยุติได้ว่า พรรคไทยรวมพลังไม่ดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไปและไม่อาจจัดตั้งสาขาพรรคอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 กรณีจึงมีเหตุให้ยุบพรรคไทยรวมพลัง ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5)
โดยเหตุดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ จึงอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง สั่งให้ยุบพรรคไทยรวมพลัง


(นายกระมล ทองธรรมชาติ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจิระ บุญพจนสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายศักดิ์ เตชาชาญ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอมร รักษาสัตย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update