กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
   

:: คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 38/2546
:: วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2546
:: เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคสังคมพัฒนา

นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้อง ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2545 และคำร้องเพิ่มเติม ลงวันที่ 21 มีนาคม 2546 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองสังคมพัฒนา ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง
ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบคำร้อง สรุปได้ว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคสังคมพัฒนา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2545 โดยที่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติว่า ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนดและมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา ซึ่งครบกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันในวันที่ 21 กันยายน 2545 อันเป็นวันหยุดราชการ พรรคสังคมพัฒนาได้แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2545 ซึ่งเป็นวันทำการวันแรกภายหลังครบกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ดังนี้
1. การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการรับบุคคลเข้าเป็นสมาชิกพรรค
1.1. การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง จำนวน 4 สาขา ได้แก่
(1) ลำดับที่ 1 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 11 ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ มีคณะกรรมการสาขาพรรค จำนวน 9 คน
(2) ลำดับที่ 2 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 231 หมู่ที่ 2 ตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มีคณะกรรมการสาขาพรรค จำนวน 9 คน
(3) ลำดับที่ 3 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 21/3 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองข่อย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีคณะกรรมการสาขาพรรค จำนวน 9 คน
(4) ลำดับที่ 4 ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 6 ตำบลน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคณะกรรมการสาขาพรรค จำนวน 9 คน
1.2. การรับบุคคลเข้าเป็นสมาชิกพรรค พร้อมทั้งได้จัดส่งทะเบียนสมาชิกพรรคสังคมพัฒนา (แบบ ท.พ. 4) จำนวน 5,282 คน
2. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดลำปาง จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมจัดตั้งสาขาพรรคสังคมพัฒนามีภูมิลำเนาอยู่ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ในการจัดตั้งสาขาพรรคสังคมพัฒนา มีการประชุมใหญ่สาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค โดยมีสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมตามข้อบังคับพรรคและลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเองหรือไม่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้แจ้งว่า
2.1. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการจัดตั้งสาขาพรรคสังคมพัฒนา ลำดับที่ 1 ว่า ได้สอบถามผู้ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสาขาพรรคและผู้ปรากฏชื่อในรายงานการประชุมจัดตั้งสาขาพรรค รวม 23 คน ซึ่งให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่าได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคสังคมพัฒนาจริง แต่ยังไม่เคยมีการประชุมเพื่อจัดตั้งสาขาพรรคสังคมพัฒนาแต่อย่างใด ต่อมานางสาวไพรวัลย์
ศิลาวรรณ ผู้ประสานงานการจัดตั้งสาขาพรรค และนายกุดั่น ศิลาวรรณ ผู้ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานสาขาพรรค ได้มาให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษว่า ได้มีการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2545 จริง แต่ที่ได้ให้ถ้อยคำก่อนหน้านี้ว่าไม่มีการประชุม เนื่องจากเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง
2.2. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรีได้รายงานว่าเนื่องจากเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบการจัดตั้งสาขาพรรคสังคมพัฒนา ลำดับที่ 3 ได้ทันตามกำหนดเวลา โดยจะเร่งรัดตรวจสอบและรายงานผลให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยด่วน
2.3. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปาง และจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการจัดตั้งสาขาพรรคสังคมพัฒนา ลำดับที่ 2 และ 4 ว่ามีการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคทั้งสองสาขา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมตามรายงานการประชุมและผู้เข้าร่วมประชุมได้ลงลายมือชื่อในรายงานการประชุมด้วยตนเองจริง
3. เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2545 นายทะเบียนพรรคการเมืองไม่รับรองการจัดตั้งสาขาพรรคสังคมพัฒนา ลำดับที่ 1,2,3 และ 4 เนื่องจาก
3.1. ข้อบังคับพรรคสังคมพัฒนา ข้อ 55 และ ข้อ 58 กำหนดว่า แผนและกำหนดระยะเวลาในการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองในท้องที่ใดหรือเขตเลือกตั้งใด ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ จัดตั้งตามความประสงค์ของสมาชิกสามัญชึ่งมีภูมิลำเนาตามหลักฐานทะเบียนราษฎรอยู่ในท้องที่หรือเขตเลือกตั้งนั้นๆ ตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไป เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคได้อนุมัติให้ท้องที่ใดหรือเขตเลือกตั้งใดจัดตั้งสาขาพรรคได้ ให้มีหนังสือแจ้งต่อตัวแทนของสาขาพรรคนั้น เพื่อดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเป็นครั้งแรกภายในสามสิบวัน แต่ข้อเท็จจริงจากเอกสารหลักฐานปรากฏว่า พรรคสังคมพัฒนาได้จัดประชุมเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคสังคมพัฒนา ลำดับที่ 1 จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2545 ลำดับที่ 2 จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2545 ลำดับที่ 3 จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2545 และลำดับที่ 4 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 ก่อนที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะอนุมัติให้จัดตั้งสาขาพรรคทั้งสี่ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2545 กรณีจึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับพรรคสังคมพัฒนา
3.2. ข้อบังคับพรรคสังคมพัฒนา ข้อ 59 กำหนดว่า ให้มีคณะกรรมการสาขาพรรคคณะหนึ่งซึ่งเลือกตั้งโดยที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคจากสมาชิกสามัญซึ่งมีภูมิลำเนาตามหลักฐานทะเบียนราษฎร และมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ในสาขาพรรคนั้น จำนวน 7 คน แต่ข้อเท็จจริงสาขาพรรคสังคมพัฒนาทั้งสี่สาขามีผู้ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสาขาพรรค สาขาละ 9 คน ซึ่งเกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อบังคับพรรคสังคมพัฒนา
3.3. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการจัดตั้งสาขาพรรคสังคมพัฒนา ลำดับที่ 1 ปรากฏว่า ผู้ให้ถ้อยคำซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสาขาพรรคและผู้ปรากฏชื่อในรายงานการประชุมเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค รวมจำนวน 23 คน ได้ให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า ไม่เคยมีการประชุมเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคสังคมพัฒนาแต่อย่างใด
ยทะเบียนพรรคการเมือง พิจารณาเห็นว่า ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคสังคมพัฒนา พรรคสังคมพัฒนายังไม่มีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 มีเหตุตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้มีคำสั่งยุบพรรคสังคมพัฒนา ตาม มาตรา 65 วรรคสอง
ต่อมา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2546 พรรคสังคมพัฒนาได้แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าในคราวประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสังคมพัฒนา ครั้งที่ 1/2546 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2546 ที่ประชุมได้มีมติให้ยุบเลิกพรรคสังคมพัฒนาตามข้อบังคับพรรคสังคมพัฒนา พ.ศ. 2545 ข้อ 30 (8) และ ข้อ 107 ซึ่งเป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมืองได้ตาม มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (1) นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยื่นคำร้องเพิ่มเติม ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคสังคมพัฒนา ตาม มาตรา 65 วรรคสอง อีกเหตุหนึ่งด้วย
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้อง และคำร้องเพิ่มเติมไว้ดำเนินการ และรับไว้พิจารณาวินิจฉัยต่อไป พร้อมทั้งส่งสำเนาคำร้อง และสำเนาคำร้องเพิ่มเติมให้พรรคสังคมพัฒนา เพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแต่พรรคสังคมพัฒนามิได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงมีเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว มีประเด็นต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีมีเหตุที่จะสั่งยุบพรรคสังคมพัฒนาเนื่องจากไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 และมีเหตุต้องเลิกพรรคการเมืองตามข้อบังคับพรรค ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (1) และ (5) ตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือไม่
พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติว่า "ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย สมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนดและมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา" มาตรา 65 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ (1) มีเหตุต้องเลิกตามข้อบังคับพรรคการเมือง… (5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62" และวรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดมีเหตุตามที่ระบุไว้ใน (1) (2) (3) หรือ (4) ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของนายทะเบียนให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น"
พิจารณาแล้วเห็นว่า พรรคสังคมพัฒนาได้รับจดแจ้งการจัดตั้งเป็นพรรคการเมือง ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2545 จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้มีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขาภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคสังคมพัฒนา ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 การที่พรรคสังคมพัฒนาได้แจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง จำนวน 4 สาขา ได้แก่ สาขาพรรค ลำดับที่ 1 จังหวัดศรีสะเกษ ลำดับที่ 2 จังหวัดลำปาง ลำดับที่ 3 จังหวัดนนทบุรี และลำดับที่ 4 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่นายทะเบียนพรรคการเมืองไม่รับรองการจัดตั้งสาขาพรรคสังคมพัฒนาทั้ง 4 สาขา เนื่องจากพรรคสังคมพัฒนาได้จัดประชุมเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคลำดับที่ 1 จังหวัดศรีสะเกษ ลำดับที่ 2 จังหวัดลำปาง ลำดับที่ 3 จังหวัดนนทบุรี และลำดับที่ 4 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะอนุมัติให้จัดตั้งสาขาพรรคทั้งสี่ กรณีจึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับพรรคสังคมพัฒนา ข้อ 55 และ ข้อ 58 โดยมีหนังสือแจ้งให้หัวหน้าพรรคสังคมพัฒนาทราบ และพรรคสังคมพัฒนามิได้โต้แย้งข้อกล่าวหาตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองแต่อย่างใด จึงฟังได้ว่า พรรคสังคมพัฒนาไม่ดำเนินการให้มีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขาภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 กรณีจึงมีเหตุที่จะสั่งยุบพรรคสังคมพัฒนาได้ ตาม มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5)
สำหรับคำร้องเพิ่มเติมของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้มีคำสั่งยุบพรรคสังคมพัฒนา ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง โดยอ้างว่า คณะกรรมการบริหารพรรคสังคมพัฒนามีมติให้ยุบเลิกพรรคสังคมพัฒนาตามข้อบังคับพรรคสังคมพัมนา พ.ศ. 2545 ข้อ 30 ซึ่งกำหนดว่า "คณะกรรมการบริหารพรรคมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้… (8) อนุมัติ ยุบเลิกพรรค และยุบเลิกการจัดตั้งสาขาพรรคและองค์การเสริมสร้างพรรค …." และ ข้อ 107 ซึ่งกำหนดว่า "ให้หัวหน้าพรรคมีอำนาจเรียกคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่ในปัจจุบันมาประชุมเพื่อลงมติ การลงมติให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการบริหารพรรคที่มาประชุม ในกรณีที่มีเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด เมื่อได้ผลการลงมติเป็นอย่างไรแล้ว ให้หัวหน้าพรรคบันทึกผลการลงมตินั้นส่งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการตามขั้นตอนการยุบพรรคต่อไป" นั้น พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อนี้เป็นอีกกรณีหนึ่งที่มีเหตุให้ยุบพรรคสังคมพัฒนาได้ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (1)
โดยเหตุดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง สั่งให้ยุบพรรคสังคมพัฒนา


(นายกระมล ทองธรรมชาติ) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นายจิระ บุญพจนสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายปรีชา เฉลิมวณิชย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายผัน จันทรปาน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายศักดิ์ เตชาชาญ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจิต บุญบงการ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุธี สุทธิสมบูรณ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลตำรวจเอก สุวรรณ สุวรรณเวโช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นางเสาวนีย์ อัศวโรจน์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update